คาด “หุ้นเทคฯ” ดิ่งสุดแล้ว- ‘ระยะสั้น’ ยังผันผวน... ‘ระยะยาว’ น่าทยอยเก็บ-เหตุพื้นฐานไม่เปลี่ยน !!!

Fun of Funds: แม้ว่า “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก” จะเคยเป็นกลุ่มหุ้นที่ราคาหลักทรัพย์มีการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงที่สุดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาด้วยกระแสของ ‘New normal’ และ ‘เมกะเทรนด์’ ที่กำลังจะเกิดขึ้น


แต่ด้วยราคาที่ปรับตัวขึ้นมาก็เป็นดั่ง “ดาบสองคม” เมื่อยามที่ตลาดทุนต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันหรือความไม่แน่นอนโดยเฉพาะในที่นโยบายการเงินอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นที่ยังไม่ชัดเจน


จึงทำให้นักลงทุนทั้งหลายเห็นการปรับตัวของราคาหลักทรัพย์ที่ดิ่งลงอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นความกังวลที่การลงทุนใน “หุ้นเทคโนโลยี” ยังเป็นทางเลือกที่สมควรจะลงทุนอยู่หรือไม่?


ไตรมาสที่1/22 ที่ผ่านมานั้น “กองหุ้นเทคโนโลยี” เป็นกลุ่มที่มีผฃตอบแทนเฉลี่ยรองบ๊วยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -15.46% ,ย้อนหลัง 1 ปี -10.96% และย้อนหลัง 5 ปี +13.00% ต่อปี


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็จะพานักลงทุนและผู้อ่านที่สนใจมาหาคำตอบการลงทุนในกลุ่มหุ้นดังกล่าว ผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่จะมาแบ่งปันกันในครั้งนี้



คาด “หุ้นเทคฯ” ร่วงจนถึง
‘จุดต่ำสุด’ แล้ว...มั่นใจพื้นฐานยังแกร่ง-ระยะสั้นยังมี ‘ความผันผวน’

โดยมี “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ให้มุมมองว่า ราคาหุ้นของกลุ่มเทคโนโลยีมีการปรับตัวลงมามากกว่า 10% เป็นผลมาจากการตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยเรื่องเงินเฟ้อขาขึ้นและนโยบายการเงินอย่างอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่กำลังเข้าสู่ขาขึ้น



(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)



“ซึ่งผลกระทบดังกล่าวที่เกิดขึ้นก็ได้ส่งผลยังด้านของความรู้สึกของนักลงทุน (sentimental) ที่มีต่อ P/E ของราคาหลักทรัพย์ในช่วงที่นโยบายอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น แต่อย่างไรก็ดีราคาหุ้นก็ได้สะท้อนปัจจัยลบไปหมดแล้วจนไปถึงระดับที่เป็น ‘จุดต่ำสุด’ ซึ่งก็อาจจะมีความผันผวนอยู่บ้าง”


ขณะที่ในเชิงของ “พื้นฐานธุรกิจ” ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป โดยคาดการณ์ว่ารายได้ของบริษัทจะยังสามารถเติบโตได้ดีและต่อเนื่องในระยะยาว ด้วยตัวธุรกิจที่เป็นหนึ่งในกระแสเมกะเทรนด์ของโลกจึงมีความต้องการใช้ของผู้บริโภคและสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานไปต่อในระยะยาว



แนะ “นักลงทุนระยะยาว” ทยอย
DCA…ได้ของดีในราคาที่ถูกลง

สำหรับการปรับตัวลงมาของราคาหลักทรัพย์หรือเป็นการปรับฐานลงมา ก็มองว่าจะเป็นโอกาสการลงทุนที่ดีให้แก่นักลงทุนที่จะได้หุ้นที่มี “พื้นฐานดีในราคาที่ถูกลง” ซึ่งนักลงทุนที่มีเป้าหมายในระยะยาวอาจจะลงทุนทยอยถั่วเฉลี่ยแบบวิธี DCA ส่วนนักลงทุนระยะสั้นก็อาจจะต้องจับตาตลาดอย่างใกล้ชิดก่อนเข้าลงทุน





“ด้วยสถานการณ์ของตลาดที่เปลี่ยนผ่านของนโยบายการเงินจากการผ่อนคลายเข้าการเข้มงวดขึ้น และยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังมีความไม่แน่นอน และการคุมตัวเลขเงินเฟ้อของธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งก็จะมีผลต่อการปรับเพิ่มนโยบายอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คิดในระยะข้างหน้า”



มอง “หุ้นเทคฯ จีน” เด่นกว่า “หุ้นเทคฯ สหรัฐ”...ราคามี
‘ส่วนลดมากกว่า’-รับปัจจัยบวกได้เร็วกว่า

โดยหากแยก “หุ้นเทคโนโลยี” เป็นรายประเทศที่ค่อนข้างมีมุมมองเป็นบวกหรือมีความสนใจใน “หุ้นเทคโนโลยีของจีน” ที่ราคาหลักทรัพย์กระแทกลงมาอย่างแรงจากปัจจัยลบอย่างสงคราม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรขาขึ้น และการถูกรัฐบาลเข้ามาควบคุมและจัดระเบียบการทำธุรกิจ


จึงทำให้ในแง่ของ “ส่วนลด (discount)” ของราคาหุ้นเทคโนโลยีจีนมากกว่า “หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ” นอกจากนี้ตลาดหุ้นจีนยังข่าวดีหรือปัจจัยที่จะเข้ามาสนับสนุนตลาดได้ไวและมากกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ยังคงติดต้องปัจจัยเรื่องตัวเลขนโยบายอัตราดอกเบี้ยและการควบคุมเงินเฟ้อ


“หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ในช่วงที่ผ่านมาได้เผชิญกับปัจจัยกดดันจนราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างมาก ซึ่งก็ถือเป็นโอกาสการลงทุนที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มีเป้าหมายในระยะยาว เพราะด้วยปัจจัยพื้นฐานที่ยังแข็งแกร่งก็ย่อมทำให้นักลงทุนได้ของดีราคาถูกเช่นกัน”

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 15 ชั่วโมง
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us