“บลจ.กรุงไทย” แชมป์ facebook กลุ่ม ‘บลจ.’... ยอด like ทะลุ 3.1 แสนล้าน !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องดูการเคลื่อนไหวของเหล่า “บลจ.” ในธุรกิจจัดการลงทุน ที่ขยับเข้าสู่โลกยุคดิจิทัลผ่านการสร้างตัวตนในเพจ facebook เพื่อสื่อสารกับนักท่องโลกยุคใหม่ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
เชื่อว่านักลงทุนไทยส่วนใหญ่น่าจะมีบัญชี facebook กันแทบจะทุกคน ทั้งเพื่อติดตามข่าวสาร สื่อสาร สารพัดข้อมูลทั้งที่มีสาระและไม่มีสาระต่างๆ ถือเป็นเรื่องปกติ
แต่ในธุรกิจบลจ.นั้น ไม่ใช่บลจ.ทุกแห่งจะมี facebook เป็นของตัวเองนะ
มีเพียง 16 บลจ. คิดเป็น 72.73% เท่านั้น ที่มี (แต่ก็ถือว่ามากอยู่นั่นเอง) ในขณะที่อีก 6 บลจ. คิดเป็น 27.27% ที่ไม่มี facebook ของตัวเอง
บลจ.ไหนบ้างที่มี facebook ของตัวเอง ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่า
“บลจ.” ทำตัวเป็นสื่อผ่าน facebook...เชื่อมต่อกับ “ผู้ลงทุนยุคใหม่”
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า...“พัฒนาการของเทคโนโลยี” นั้น ได้เข้ามา Disrupt และเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจแบบเดิมไปในหลากหลายอุตสาหกรรม ที่ปรับตัวได้ก็ยังอยู่ ที่ปรับตัวไม่ได้ก็ล้มหายตายจากกันไปเลยก็มี อย่างโทรศัพท์ตู้หยอดเหรียญ เครื่องพิมพ์ดีด ฟิล์มกล้องถ่ายรูป เป็นต้น
เมื่อนึกถึง “facebook” นักลงทุนส่วนใหญ่คงมีบัญชีและได้ใช้กันในชีวิตประจำวันกันอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบัน facebook เองก็สามารถทำได้หลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็ถือเป็นช่องทางในการสื่อสารทั้งภาพและเสียง จะถ่ายทอดสดเป็น Live ก็ทำได้สะดวก ชอบแบบไหนก็ทำได้ เสมือนหนึ่งเป็น “สื่อ” ไปในตัว ทำให้ใครก็สามารถสื่อสารสารกับโลกได้แค่ปลายนิ้ว
“บลจ.กรุงไทย” ผู้นำ facebook ในกลุ่ม ‘บลจ.’... ยอด like ทะลุ 3.1 แสนล้าน
แต่ก็ไม่ใช่ทุกบลจ.ที่มี facebook ของตัวเอง และก็ไม่ใช่ทุกบลจ.ที่มี facebook จะมียอด like หรือผู้ติดตามมากตามขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารแต่ประการใด นี่อาจจะยังเป็นช่องทางใหม่ของเหล่าบลจ.อยู่ก็ได้ สำหรับบลจ.ที่มียอด like มากสุด 4 อันดับแรก มียอด like ทะลุ ‘หลักแสน’ ได้แก่
1.บลจ.กรุงไทย 310,078 like
2.บลจ.บัวหลวง 124,893 like
3.บลจ.กสิกรไทย 112,960 like
4.บลจ.ไทยพาณิชย์ 111,629 like

ถัดมาเป็น บลจ.ยอด like ‘หลักหมื่น’ มี 5 บลจ. ได้แก่ บลจ.กรุงศรี 26,810 like, บลจ.เอ็มเอฟซี 19,754 like, บลจ.อเบอร์ดีน (ปทท.) 18,679 like, บลจ.ธนชาต 12,122 like และ บลจ.วรรณ 11,409 like
ย่อยลงมาอีกนิดบลจ.ที่มียอด like ‘หลักพัน’ มี 6 บลจ. ได้แก่ บลจ.พรินซิเพิล 6,795 like, บลจ.ทหารไทย 6,795 like, บลจ.บางกอกแคปปิตอล 5,826 like, บลจ.วี 5,562 like, บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 3,034 like และบลจ.แอสเซท พลัส 1,674 like
สุดท้ายบลจ.ฟิลลิป มี 912 like
“โดยภาพรวมของ 16 บลจ.ที่มี facebook ของตัวเองนั้น จะใช้สื่อสารข้อมูลหลักๆ ที่คล้ายๆ กัน เช่น ภาวะตลาด, มุมมองการลงทุน, กองทุนแนะนำของแต่ละบลจ., โปรโมชั่น, กองทุนออกใหม่ แต่ 2 อันดับแรกทั้งบลจ.กรุงไทยและบลจ.บัวหลวง จะมี Content ที่เป็นการ Live, สัมภาษณ์ และรูปแบบของ Clip VDO ตลอดจนรูปแบบ Content ที่หลากหลายมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่บลจ.เล็กๆ ไม่มีนะ เช่น บลจ.พรินซิเพิล, บลจ.วี หรือบลจ.แอสเซท พลัส ก็มีทำเช่นเดียวกันในส่วนของ Live หรือ Clip VDO เป็นต้น”
ซึ่งนักลงทุนที่สนใจก็สามารถเข้าไปติดตามข้อมูลข่าวสารของทั้ง 16 บลจ.ได้เช่นกัน แต่เนื้อหาและความถี่ในการเผยแพร่ของแต่ละบลจ.ก็จะแตกต่างกันไป เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า...การจะผลิต Content มาป้อน facebook ก็ต้องมีความพร้อมของทีมงานเช่นเดียวกัน
“ตัวแทนขายกองทุน” ก็ขยับใช้ facebook เพื่อสื่อสารกับนักลงทุนเช่นเดียวกัน
ส่วน 6 บลจ.ที่ไม่มี facebook ของตัวเองนั้น ได้แก่ บลจ.ทิสโก้, บลจ.ยูโอบี (ปทท.), บลจ.เกียรตินาคินภัทร, บลจ.คิง ไว (เอเชีย), บลจ.ทาลิส และบลจ.อินโนเทค ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนโยบายของบริษัทหรือสามารถใช้ช่องทางอื่นของบริษัทแม่ในการสื่อสารได้อยู่แล้วด้วย หรือพบเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับบลจ.ที่มี facebook แล้วก็ได้ ก็หลากหลายเหตุผลด้วยกัน (นานาจิตตังนะ)

นอกจากตัว “บลจ.” แล้ว ในส่วนของ “ตัวแทนขายกองทุน” ต่างๆ ก็มีการขยับสู่การใช้ facebook เช่นเดียวกัน หลักๆ จะมีการนำเสนอกองทุนแนะนำ, กองทุนใหม่ที่น่าสนใจ, การจัดอันดับกองทุน เป็นหลัก ตลอดจนมีเรื่องของมุมมองการลงทุนสลับเข้ามาด้วยเช่นกัน ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่นักลงทุนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้ และจะมีข้อมูลของหลายบลจ. (ไม่ใช่บลจ.ใด บลจ.เดียวแบบ facebook เฉพาะบลจ.)
“แต่จุดด้อยก็คือ บลจ.ที่แนะนำก็อาจจะวนไปมาอยู่ไม่กี่ค่าย ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำใจไว้นิดนึง”
“Facebook” ของเหล่าบลจ. และตัวแทนขายทั้งหลายก็ถือเป็นหนึ่งในช่องทางในการ “สื่อสาร” กับนักลงทุนที่สนใจเพื่อให้ข้อมูล ข่าวสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักลงทุนไทยที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน
