“สินค้าเกษตร” ขาขึ้น ปัจจัยหนุนผลงาน “กองทุน” ที่มีการลงทุนอยู่... แนะติดตามใกล้ชิด-เหตุมี ‘ความผันผวนสูง’ !!!
Fun of Funds: “สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน” ผลกระทบของความขัดแย้ง 2 ประเทศดังกล่าวในปัจจุบันไม่เพียงแค่ทำให้ซัพพลายน้ำมันเกิดความขาดแคลนแต่ยังไปถึงปัญหาด้าน “สินค้าการเกษตร” ด้วยเช่นกัน
จะเห็นได้จากประเทศคู่ค้าและประเทศใกล้เคียงที่จะต้องนำเข้าสินค้าที่ได้รับผลกระทบเข้ามาทดแทนจนทำให้ราคาสินค้าปรับตัวขึ้นสูง โดยเฉพาะเนื้อไก่ ถั่วเหลือง เป็นต้น
ซึ่งในแง่ของการลงทุนในตลาดทุนนักลงทุนก็อาจจะมองผลกระทบดังกล่าวจะเป็นตัวกดดันตลาดได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นดั่งโอกาสให้เข้าไปไขว่คว้าการสร้างผลตอบแทนอย่างใน “กองทุนรวมสินค้าเกษตร”
ปัจจุบัน “กองทุนรวม” ที่เข้าไปลงทุนในสินค้าเกษตรโดยตรงมีเพียง 1 กองเท่านั้น นั่นก็คือ K-AGRI แต่ก็ยังมีบางส่วนอยู่ใน “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์โลก” รวมถึง “กองหุ้นที่ลงทุนในหุ้นสินค้าเกษตร”
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูล “กองทุนรวม” ที่จะได้ประโยชน์จากราคาสินค้าเกษตรขาขึ้นและคำแนะนำการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกันให้กู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
“K-AGRI” หนึ่งเดียวกองสินค้าเกษตรในอุตสาหกรรม...โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี +12.53%
เชื่อว่านักลงทุนหลายคนเมื่อเห็น “ราคาสินค้าเกษตร” ซึ่งจัดอยู่ในสินค้าโภคภัณฑ์ประเภท “Soft Commodity” ปรับตัวสูงขึ้น ต่างก็อยากจะมองหาโอกาสเข้าไปลงทุนกับเขาบ้าง แต่ปัจจุบัน “กองทุนสินค้าเกษตร” ในอุตสาหกรรมกองทุนไทยมีเพียง 1 กอง เท่านั้น นั่นก็คือ “K-AGRI: กองทุนเปิดเค อะกริคัลเจอร์” ที่สำคัญไม่ได้เข้าไปลงทุนในสินค้าเกษตรตัวใดตัวหนึ่งเพียงตัวเดียว
“แต่เข้าไปลงทุนในฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี DBIQ Diversified Agriculture Index Excess ReturnTM ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนถึงมูลค่าตลาดของสินค้าโภคภัณฑ์ในหมวดสินค้าเกษตรกรรม โดยมีสินค้าตัวแปร คือ ข้าวโพด, ถั่วเหลือง, ข้าวสาลี, ข้าวสาลี Kansas City, น้ำตาล, โกโก้, กาแฟ, ฝ้าย, ปศุสัตว์ เช่น Live Cattle, Feeder Cattle และ Lean Hogs ผ่านกองทุนหลัก ‘Invesco DB Agriculture Fund’ ผลตอบแทนก็จะเป็นภาพสะท้อนราคาสินค้าทั้งตะกร้าดังกล่าว ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 26 พ.ค. 22) +12.53% ซึ่งอาจจะไม่ได้พุ่งแรงเหมือนการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าเกษตรเป็นรายตัวแต่ประการใด”

“กองสินค้าโภคภัณฑ์โลก” โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 25.61 – 34.74%...ส่วน “กองหุ้นสินค้าเกษตร” ติดลบ -14.01%
นอกจากนี้ “สินค้าเกษตร” ยังไปเป็นส่วนหนึ่งในพอร์ตการลงทุนในกลุ่ม “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์โลก” ที่จะลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ทุกประเภททั้ง Hard Commodity และ Soft Commodity ขึ้นกับนโยบายของกองทุนหลักที่กองทุนนั้นๆ เข้าไปลงทุน
ปัจจุบันมี 3 กอง ได้แก่ “UOBSC: กองทุนเปิดยูโอบี สามร์ท คอมโมดิตี้” ลงทุนในกองทุนหลัก ‘DWS Invest Enhanced Commodity Strategy LC’ มีสัดส่วนสินค้าเกษตรในพอร์ต ณ ก.พ. 22 อยู่ที่ 28.50% ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (ข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ค. 22) +34.74%, “SCBCOMP: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ คอมมอดิตี้ พลัส” ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘PIMCO Commodity Real Return Fund’ มีสัดส่วนสินค้าเกษตรในพอร์ต ณ มี.ค. 22 ที่ 29% ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (ข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ค. 22) +31.32%
และ “PRINCIPAL GCF: กองทุนเปิดโกบอล คอมมอดิตี้” ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘Merrill Lynch MLCX Commodity Enhanced Beta Fund’ มีสัดส่วนสินค้าเกษตร ณ มี.ค.22 ประกอบด้วย Grains and Oilseeds 19.45% และ Soft Commodities 5.36% ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ (ข้อมูล ณ วันที่ 24 พ.ค. 22) +25.61%
สุดท้ายใครที่สนใจจะลงทุนในสินค้าเกษตรก็ยังสามารถลงทุนผ่านกลุ่ม “กองหุ้นสินค้าเกษตร” ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 1 กองทุน ได้แก่ “KT-AGRIANDFOOD: กองทนเปิดเคแทม Sustainable Agriculture and Food” จัดอยู่ในกลุ่มกองหุ้นโลก ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘BGF Nutrition Fund’ ที่มีนโยบายลงทนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่ประกอบธุรกิจในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมด้านอาหารและด้านการเกษตร เป็นการลงทุนในหุ้นไม่ใช่ไปลงทุนในราคาสินค้าเกษตรโดยตรง ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ค. 22) ผลตอบแทนติดลบ -14.01%
ลงทุนใน “สินค้าเกษตร” ช่วยป้องกันเงินเฟ้อจากราคาอาหารได้...แนะติดตามใกล้ชิด-เหตุเป็นการลงทุนที่มี “ความผันผวนสูง”
ด้าน “ดร.สมชัย อมรธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน และลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองว่า การลงทุนในธุรกิจสินค้าการเกษตรหรือกองทุนรวมเกี่ยวกับสินค้าการเกษตรเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ถึงแม้ว่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับ “ภาวะราคาอาหารเฟ้อ” (Food Inflation) ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวก็ได้มีการตอบรับไปบ้างแล้วในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และการขาดแคลนขาดทางด้านพลังงงานอย่าง น้ำมันดิบ โดยหลังจากที่เจอผลกระทบจาก 2 ประเด็นดังกล่าวก็คิดว่าจะมีการกระจายตัวไปยังสินค้าอื่นๆ
(ดร.สมชัย อมรธรรม)
“เนื่องจากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาจะเริ่มเห็นการประกาศของประเทศต่างๆ ที่เริ่มงดหรือยกเลิกส่งออกสินค้าหลายประเภท หลังจากเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยราคาสินค้าการเกษตรก็ได้เริ่มปรับตัวสูงขึ้นตามราคาปุ๋ยที่ใช้เพาะปลูกที่ได้ปรับตัวสูงขึ้น จึงทำให้ภาวะราคาอาหารเฟ้อเป็นสิ่งที่น่ากังวลอีกหนึ่งปัจจัย”
แต่อย่างไรก็ดีอยากให้นักลงทุน Enjoy ไปกับภาวะราคาอาหารเฟ้อ เนื่องจากจะมีผู้ผลิตบางรายได้รับประโยชน์จากภาวะดังกล่าวอย่างผู้ผลิตสินค้าการเกษตรต้นน้ำ ที่มีขีดความสามารถในการผลักภาระให้แก่ผู้บริโภคได้อย่าง ปุ๋ย หากเป็นผู้ผลิตกลางถึงปลายก็อาจจะได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุนที่มากขึ้น
โดยการลงทุนใน “ธุรกิจสินค้าการเกษตร” ก็สามารถเป็นเกาะปกป้องกันแก่ภาวะราคาอาหารเฟ้อ แต่นักลงทุนก็จะต้องระมัดระวังในเรื่องของ “ความผันผวน” และควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากลุ่มดังกล่าวก็ถือเป็นหนึ่งในสินค้าบริโภคซึ่งบางครั้งก็มีความผันผวนที่ค่อนข้างสูง
“ในวิกฤตย่อมมีโอกาส เป็นคำพูดที่เราได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ก็เช่นกันที่อาจจะเกิดภาวะราคาอาหารเฟ้อขึ้นได้ แต่นักลงทุนเองก็สามารถที่จะลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนและเป็นเกาะป้องกันกับภาวะดังกล่าวได้ไปพร้อมกัน”
