4 "กองทุนเด่น" มิถุนา-ปีขาล…ลุยโครงสร้างพื้นฐาน ‘โทรคมนามคม-ไฟฟ้า’ พื้นฐานแกร่ง-ปั้น “ปันผล” สู้ ‘เงินเฟ้อสูง’ !!!
ลายแทงกองทุน: โลกกำลังเผชิญกับภาวะ “เงินเฟ้อสูง” ซึ่งเป็นผลกระทบทางอ้อมมาจากสงครามระหว่างยูเครน-รัสเซียเป็นสำคัญ ที่ทำให้ราคาพลังงานและสินค้าเกษตรถีบตัวสูงขึ้น
และที่โลกกำลังกังวล คือ “การขึ้นดอกเบี้ย” สกัดเงินเฟ้อนั้นอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงและส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนตามมาได้
ไทยเองก็เลี่ยงไม่พ้น ตัวเลข “เงินเฟ้อทั่วไป” ล่าสุดเดือนพ.ค.อยู่ที่ 7.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงสุดในรอบ 13 ปี โดยรัฐยังมองเงินเฟ้อเป้าหมายปีนี้อยู่ในกรอบ 4 -5%
ถ้าลงทุนแล้ว “ผลตอบแทน” แพ้ “เงินเฟ้อ”...“ความมั่งคั่ง” ในกระเป๋าก็มีแต่จะลดน้อยถอยลงไปเท่านั้นเอง !!!
เพื่อสร้างภูมิต้านทานต่อสู่เงินเฟ้อ ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” มิถุนา-ปีขาล ซึ่งเป็น “กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน” ที่ผลตอบแทนปันผลในรอบ 1 ปี สูงกว่า 7.0% มาฝากกัน
“JASIF”…ลงทุนในโครงข่าย ‘โยแก้วนำแสง’ โชว์อัตราปันผล 8.62%
สำหรับ “JASIF: กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน” เป็นหนึ่งในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนในระบบโทรคมนาคมที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ มีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุด 8.62% มีผลตอบแทนราคาย้อนหลัง 1 ปี +12.37%
“กองทุนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงจำนวน 1,680,500 คอร์กิโลเมตร ซึ่งซื้อจาก ‘บมจ. ทริปเปิลที บรอดแบนด์’ (TTTBB) โดย TTTBB เป็นผู้เช่าทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงของกองทุนตามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมและแทนที่สัญญาเช่าหลัก และสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมและแทนที่สัญญาประกันรายได้ค่าเช่า และกองทุนได้เข้าทำสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมและแทนที่สัญญาบริหารดูแลและบำรุงรักษาทรัพย์สินกับ TTTBB โดยแต่งตั้งให้ TTTBB เป็นผู้จัดการและบริหารทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเพื่อให้บริการซ่อมแซม บำรุงรักษา และบริหารจัดการทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงแทนกองทุน”

“DIF”...โอกาสลงทุนใน ‘เสาโทรคมนาคม’ โชว์อัตราปันผล 7.61%
ถัดมาเป็นกองทุนที่ลงทุนในด้านโทรคมนาคมของประเทศอีกกอง ได้แก่ “DIF: กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล” มีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุด 7.61% มีผลตอบแทนราคาย้อนหลัง 1 ปี +11.38%
“กองทุนเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้สุทธิที่เกิดจากกลุ่มทรัพย์สิน (portfolio) ประเภท ‘เสาโทรคมนาคม’ จำนวน 16,059 เสา ประกอบด้วย เสาที่กองทุนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จำนวน 9,727 เสา (ได้แก่ ทรัพย์สินเสาโทรคมนาคมของทรูและเสาโทรคมนาคมของ ‘บมจ.ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด’ (TUC) ที่ลงทุนเพิ่มเติม ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 และครั้งที่ 4)”
และเสาที่กองทุนมีสิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้สุทธิจำนวน 6,332 เสา (ได้แก่ เสาโทรคมนาคมของ ‘บจ.บีเอฟเคที (ประเทศไทย)’ (BFKT) เสาโทรคมนาคมของ ‘บจ.เอเซีย ไวร์เลส คอมมิวนิเคชั่น’ (AWC) เสาโทรคมนาคมของ AWC ที่ลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2) รวมทั้งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโทรคมนาคมของ BFKT และเสาโทรคมนาคมของ AWC จำนวนหนึ่ง ภายหลังจากวันครบกำหนดสัญญา HSPA และระบบใยแก้วนำแสง และระบบบอรดแบนด์ในพื้นที่ต่างจังหวัด
“KBSPIF”...โอกาสลงทุนใน ‘รายได้ค่าไฟฟ้า’ โชว์อัตราปันผล 7.43%
ผ่านไป 2 กองแรกนั้น เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม มาถึง “KBSPIF: กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า กลุ่มน้ำตาละครบุรี” เป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานด้วยประโยชน์จากรายได้จากการขายไฟฟ้านั่นเอง ผลงานก็ถือว่าไม่เลว มีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุด 7.43% มีผลตอบแทนราคาย้อนหลัง 1 ปี +14.71%
“โดยกองทุนจะเข้าไปลงทุนในผลประโยชน์คิดเป็นอัตรา 62% ของรายได้ค่าไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากการประกอบ ‘กิจการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขนาดเล็ก’ (SPP) ประเภทพลังงานความร้อนร่วมซึ่งใช้กากอ้อยเป็นเชื้อเพลิงหลัก ของ ‘บจ.ผลิตไฟฟ้าครบุรี’ (บริษัทย่อยของ ‘บมจ.น้ำตาลครบุรี’ (KBS)) โดยระยะเวลาของสัญญาโอนผลประโยชน์จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2582
“SUPEREIF”…โอกาสลงทุนใน ‘รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์’ โชว์อัตราปันผล 7.12%
สุดท้าย “SUPEREIF: กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี” ก็เป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเช่นกัน เกี่ยวกับโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ มีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุด 7.12% มีผลตอบแทนราคาย้อนหลัง 1 ปี +12.04%
“โดยกองทุนจะลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ ‘บจ.17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง’ (17AYH) และ ‘บจ.เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย)’ (HPM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ‘บมจ. ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น’ (SUPER) โดยระยะเวลาการลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิประมาณ 22 ปี (วันสิ้นสุดสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิคือวันที่ 26 ธันวาคม 2584)”
นี่คือ 4 “กองทุนเด่น” มิถุนา-ปีขาล ในกลุ่ม “กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน” ที่มีจุดเด่นในเรื่องของกระแสรายได้ที่มั่นคงจากดีมานด์การใช้ที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นไม่มีลดลงแต่ประการใด เพราะโฟกัสลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นทั้ง ‘โทรคมนาคม’ และ ‘พลังงานไฟฟ้า’ นี่ยังไม่นับรวมโอกาสได้ Capital Gain จากราคาตลาดที่อาจจะปรับตัวสูงขึ้นได้ในอนาคต ถือเป็นกองทุนที่มี “ปันผล” ที่ดีสม่ำเสมอไว้ต้านทาน “เงินเฟ้อสูง” ได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
