กลุ่ม KTIS รุกบริหารความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งราคาน้ำตาลโลก-ภัยแล้ง มุ่งสู่ผู้นำ Bio-based Economy เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

กลุ่ม KTIS เปิดแผนการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ความผันผวนของตลาดโลก และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง Bio-based Economy เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว


นายประพันธ์ ศิริวิริยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจรสู่ BCG อย่างยั่งยืน เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อเงินเฟ้อและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก กลุ่ม KTIS ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องทางการเงินอย่างรัดกุม เพื่อรักษาความแข็งแกร่งทางธุรกิจและสร้างความพร้อมรองรับทุกความเปลี่ยนแปลง


นอกจากนั้น ความเสี่ยงจากภัยแล้งก็เป็นอีกหนึ่งในความท้าทายสำคัญของภาคเกษตร กลุ่ม KTIS จึงได้พัฒนาแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีบ่อกักเก็บน้ำสำหรับเกษตรกร 7,000–8,000 บ่อ พร้อมส่งเสริมระบบน้ำหยดและสนับสนุนการใช้โซลาร์เซลล์สำหรับระบบสูบน้ำ เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้แก่ชาวไร่อ้อยคู่สัญญา


“ในด้านการบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำตาลในตลาดโลกนั้น กลุ่ม KTIS ใช้กลยุทธ์ Hedging โดยอิงกับราคาของบริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด (อนท.) เพื่อบริหารความผันผวนด้านราคาอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมุ่งเน้นการผลิตน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง เพื่อเพิ่มส่วนต่างราคา (Premium) และเสริมความสามารถในการทำกำไร” นายประพันธ์กล่าว


สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป KTIS ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต และการขยายตลาดไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยเฉพาะธุรกิจชีวภาพที่ต่อยอดจากวัตถุดิบทางการเกษตร ตามกลยุทธ์ Bio-based Economy ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่ม KTIS ในอนาคต


“กลุ่ม KTIS มุ่งมั่นสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราเชื่อว่า การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ การลงทุนในนวัตกรรม และการสร้างคุณค่าเพิ่มจากห่วงโซ่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกร ชุมชน สังคม และประเทศชาติโดยรวม” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม KTIS กล่าว

Most Viewed
Wealth EZ
“Passive Income”...คำตอบของการออมของ “คน 4.0” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
โลกว่าเหนื่อยแล้ว ไทยเหนื่อยกว่า!! เศรษฐกิจโตช้า หนี้ท่วม ดอกเบี้ยแพง เงินเฟ้อยังซ้ำ แล้วคนไทยจะรวยกี่โมง??
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
บลจ.วรรณ ปักธง “ONE-USAV” ผ่าวิกฤต AI พิสูจน์กำไร! ชูจุดยุทธศาสตร์ “Growth to Value Rotation” เพิ่มโอกาสสร้างสมดุลพอร์ต รับมือตลาดสหรัฐฯ ผันผวน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
กลุ่มแอกซ่าเผยรายงาน ‘Future Risks Report 2026’ ชี้ AI แซงสภาพภูมิอากาศขึ้นแท่นเสี่ยงอันดับ 1 ของโลก
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
“ช้ำคือเรา“ สงคราม-น้ำมันแพง ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ใช่แค่ปัญหาของรัฐบาล เพราะคนจ่ายก็มีแต่เราเองนี่แหละ
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us