ความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านช่วยคลายกังวลต่อตลาด ส่วนไทย เสถียรภาพดีขึ้นแต่การเติบโตระยะยาวเผชิญแรงกดดัน

โลก: การบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านช่วยคลายกังวลด้านอุปทานพลังงานโลก ราคาน้ำมันปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน แม้ว่าแผนจัดตั้งกองทุนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูอิหร่านหลังสงครามคาดช่วยลดอุปสรรคต่อการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ยังไร้ข้อสรุปและการปะทะในเลบานอนยังสร้างความไม่แน่นอนต่อประเด็นความตึงเครียดในตะวันออกกลาง


ทิศทางดอกเบี้ย: ความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เร่งขึ้นส่งผลให้ธนาคารกลางหลัก ECB และ BOJ ปรับขึ้นดอกเบี้ย และเฟดส่งสัญญาณอาจปรับขึ้นดอกเบี้ย ล่าสุดเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการเฟด 9 ท่านคาดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยหนึ่งครั้งในปีนี้ อีก 8 ท่านคาดคงดอกเบี้ย และอีกท่านคาดลดดอกเบี้ย ด้านประธานเฟดไม่ได้ร่วมคาดการณ์ดอกเบี้ยครั้งนี้ แต่ให้ความสำคัญในการรักษาเสถียรภาพด้านราคามากขึ้น อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านคืบหน้า ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเงินเฟ้อลงได้บางส่วน


จีน
: เศรษฐกิจในประเทศอ่อนแรงลง ยอดค้าปลีกสินค้าในเดือนพฤษภาคมหดตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่โควิด ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรหดตัวเร่งขึ้น (ดังรูป) นอกจากนี้ ยอดคงค้างสินเชื่อยังขยายตัวต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.5% ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่หนี้เสียในปีที่ผ่านมาพุ่งขึ้นถึง 21% ดังนั้นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจึงอยู่ที่การยกระดับผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม และพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาหนี้ และการเร่งฟื้นฟูภาคอสังหาฯ อย่างเป็นระบบ



ไทย
: IMD รายงานอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยเพิ่มขึ้นขณะที่ S&P คงความน่าเชื่อถือ แม้ว่าทั้งสองสถาบันยังกังวลศักยภาพการเติบโตของไทย โดย S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือประเทศไทยที่ระดับ BBB+ และคงมุมมอง (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable) จากความเชื่อมั่นต่อปัจจัยพื้นฐานโดยเฉพาะเสถียรภาพทางการเมืองและความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ขณะที่ IMD ขยับอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ปี 2569 ขึ้น 4 อันดับ มาสู่อันดับที่ 26 จาก 30 ในปี 2568 เนื่องจากประสิทธิภาพของภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานปรับดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต่ำกว่าอันดับที่ 25 ในปี 2567


S&P ประเมินว่าเสถียรภาพทางการเมืองช่วยสนับสนุนด้านความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายและจะเอื้อให้เกิดการลงทุนอย่างมียุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ล่าสุด มูลค่าการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ไตรมาสแรก ปี 2569 มีมูลค่ากว่า 3.8 แสนล้านบาท ขยายตัวเร่งขึ้น +62% ทั้งนี้ แม้ S&P และ IMD ประเมินว่า ไทยมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง แต่กำลังเผชิญความท้าทายด้านศักยภาพการเติบโต (Potential Growth) เนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะผลิตภาพที่โตช้า สังคมสูงวัย และความสามารถในการแข่งขันของการผลิตหลายกลุ่มที่กำลังลดลง


Most Viewed
Stock of the Day
DELTA เสี่ยงถูกเท 1.4 พันลบ. เหตุโดนหั่นน้ำหนักเหลือ 10% โบรกฯ ห่วงคุณภาพกำไรเริ่มอ่อนลง แม้ Q2 ยังโตแรงตาม AI-Data Center
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นตลาดเกิดใหม่” (EM) พื้นฐานแกร่ง ราคาถูกกว่า “หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว” (DM) กว่า -33%... เป้าหมายเงินลงทุนโยกย้าย “รอบใหม่” !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ส่องหุ้นเด่นรับเมกะเทรนด์ชิป รับแผนปั้นไทยสู่ฐานผลิตอาเซียน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ พบผู้ลงทุน ในมหกรรมลงทุนแห่งปี SET in the City 2026
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
แรงเก็งกำไรไหลเข้าหุ้นแบงก์ ลุ้นกนง. คงดอกเบี้ยสัปดาห์นี้ BBL-KBANK-SCB นำทีมบวกเด่น โบรกฯ มองครึ่งปีหลังสินเชื่อฟื้น
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us