SYNEX แค่ 6 เดือน... ราคาทรุดไปกว่า 50.14% แต่ทำไมโบรกยังเชียร์ “ซื้อ”
นับตั้งแต่ตัวเลขเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกดดันกำลังซื้อภาคการบริโภคในประเทศ ซึ่งสิ่งที่ตามกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวกับภาคการบริโภคเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบต่อผลการดำเนินงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยหนึ่งในราคาหุ้นที่ตอบรับเชิงลบอย่างนักที่เห็นอย่างชัดเจน ก็คือบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ที่ราคาปรับตัวลดลงต่อเนื่องมากว่า 50.14% จนลงมาอยู่ที่ 18.00 บาทต่อหุ้น นับตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2565
สาเหตุหลักมาก็มาจากเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นได้ส่งผ่านมายังต้นทุนบางประเภททำให้ทางบริษัทต้องมีการปรับเพิ่มราคาสินค้าขึ้นตามต้นทุน ซึ่งนักลงทุนก็มีความกังวลว่าปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยอ้อมให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ยากขึ้นจนเกิดเป็นแรงเทขาย
แต่คำถามที่เกิดขึ้นจากนักลงทุนที่ถือหรือกำลังสนใจในหุ้นมหาชน อย่าง SYNEX นั้น จะยังสามารถลงทุนได้ต่อหรือควรจะทำเช่นไรในสถานการณ์ปัจจุบัน ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปหาคำตอบกันผ่านบทวิเคราะห์จากแหล่งต่างๆที่เราได้ทำการรวบรวมมาแบ่งปันกันในครั้งนี้
“ซื้อ”ได้ แต่ยังต้องรอจังหวะอีกสักนิด ให้ราคาเหมาะสมที่ 27.25 บาท
เริ่มจาก บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ยังคงแนะนำ ซื้อ แต่จะต้องรอเวลาที่เหมาะสมพร้อมกับปรับลดราคาเหมาะสมเป็น 27.25 บาทต่อหุ้น เนื่องจากระดับราคาหุ้นเริ่มใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีตทำให้ดาวน์ไซต์เริ่มจำกัด ทำให้หุ้นจะเริ่มกลับมาน่าสนใจมากขึ้น
ขณะเดียวกันหากแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคคลายตัว ประกอบไปด้วยผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่า เงินเฟ้อ และราคาน้ำมัน แม้สินค้าไอทีจะสามารถผลักภาระไปให้ผู้บริโภคผ่านการตั้งราคาขาย แต่ราคาสินค้าที่สูงขึ้นส่งผลกระทบโดยอ้อมให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ยากขึ้น ทำให้ได้รับผลกระทบทางอ้อมแต่ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
พร้อมกันนี้การล็อกดาวน์ในเมืองจีนซึ่งเป็นฮับของผู้บริโภคสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในไตรมาส 2/65 ย่อมกระทบต่อการสั่งซื้อสินค้า อย่างไรก็ดีการกระจายรายได้ที่ดีในหลากหลายกลุ่มสินค้าและมีการกักตุนสินค้าล่วงหน้าทำให้ได้รับผลกระทบจำกัด ซึ่งหากพิสูจน์ตัวเองได้ว่าสามารถเติบโตได้ภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายขึ้น ก็เป็นโอกาสสะสมสำหรับนักลงทุนระยะยาว
“ซื้อ” ก็ได้ “สะสม” ก็ดี ชูราคาพื้นฐานที่ 29.75 บาท
ฟากบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ก็ยังคงคําแนะนําเป็น “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 29.75 บาท แม้ว่าจะยังมีระมัดระวังแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แต่เชื่อว่าบริษัทจะยังรักษาทิศทางการเติบโตของกําไรปี 65 เอาไว้ได้ที่ 942 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อน 11% เพราะธุรกิจเกมยังได้รับความนิยม ส่วนการที่พนักงานทยอยกลับมาทํางานที่สํานักงานกันมากขึ้นจะช่วยหนุนธุรกิจพาณิชย์ได้อีกแรง
ซึ่งนักลงทุนที่สนใจแนะนำเริ่มเข้าสะสมได้ เพราะคาดว่ากำไรในไตรมาส 2/65 จะโตขึ้นทั้งช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ด้วยแรงหนุนจากการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ได้อานิสงส์จากส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น ขณะที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์แบรนด์มือถือใหม่จะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ได้ปานกลาง
