วิเคราะห์! JMART-JMT-SINGER 3 เดือน ทำไมราคาหุ้นทรุด 30% โบรกเกอร์ ชี้พื้นฐานไม่เปลี่ยนยังแนะนำ “ซื้อ”
ความเคลื่อนไหวของหุ้นในกลุ่มเจมาร์ทปรับตัวลดลงต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.65 จนถึงวันที่ 20 ก.ค.65 ราคาหุ้น JMART หรือ บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ปรับลดลงไปแล้วกว่า 23.62%
ขณะที่ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ลดลงไป 13.58% ส่วน SINGER ราคาลดลงสูงสุดกว่า 29.62% ทั้งนี้สาเหตุอะไรที่ทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มเจมาร์ทมีลักษณะเช่นนี้ และแนวโน้มราคาหุ้น และพื้นฐานปัจจัยที่สำคัญของธุรกิจจะเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปหาคำตอบ
โดยบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า หุ้นทั้งกลุ่มได้รับ sentiment ลบต่อกลุ่ม Finance จากสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นรวมถึงประเด็นที่ สคบ. หารือเพดานดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อ โดยในเชิงพื้นฐานเรายังมองว่าหุ้นทั้งกลุ่มได้รับผล ผลกระทบจำกัด ดังนั้นโดยภาพรวมยังคงคำแนะนำ “ซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมาย JMT ที่ 105 บาท JMART ที่ 63 บาท และ SINGER ที่ 58 บาท
JMT พื้นฐานยังแข็งแกร่งไม่เปลี่ยน
สำหรับ JMT การที่ราคาหุ้นปรับฐานนั้น แต่มองว่าพื้นฐานยังแข็งแกร่ง ด้านรายได้ยังมีอัพไซด์ที่เปิดกว้างหนุน จากแนวโน้มการปรับขึ้นของ NPL ในระบบภายหลังหมดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ภาคบังคับ โดยฝ่ายวิจัย คาดว่า NPL ratio จะปรับขึ้นราว 7 % จากไตรมาส 1/65 มาอยุ่ที่ 4.07% ในไตรมาส 2/65 และเมื่อเปรียบเทียบหนี้ครัวเรือนต่อ GDP แล้ว ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา ปัจจุบันไตรมาส 1/65 แตะ 90% แสดงถึงปริมาณหนี้ที่คาดทยอยปรับขึ้น ต่อเนื่อง
โดยนอกเหนือจากโอกาสการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน JV AMC กับธนาคารรายอื่นๆแล้ว มองว่าเป้าการจัดซื้อทรัพย์เดิมของ JMT ที่ 1.0-1.5 หมื่นล้านบาท ในปี 65-66 อยู่ในระดับที่ มีความเป็นไปได้สูงและมีโอกาสที่จะทำได้ดีกว่าเป้าหมาย
ขณะที่ด้านต้นทุน ตลาดกังวัลความกดดันจากแนวโน้ม Bond yield ขาขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเรามอง ได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัด เนื่องจาก ในปี 64 บริษัทได้มีการระดมทุนจากกลุ่ม BTS และ ผู้ถือหุ้นกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะรองรับการเติบโตของบริษัทในแง่การจัดหาหนี้ด้อยคุณภาพจนถึง ปี2023 ลดภาระต้นทุนทางการเงิน ปัจจุบัน Funding structure เป็นหุ้นกู้ระยะยาวกว่า 98% จึงมีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยต่ำ
SINGER ต้นทุนการเงินอยู่ในระดับต่ำ
ภาพรวมของ SINGER ราคาหุ้นปรับลงรับแรงกดดันหนักกว่ากลุ่มจากประเด็น เพดานดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หารือกำหนดเพดาน ดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และรถยนต์ใหม่ ในขณะที่ พอร์ตสินเชื่อ SINGER เป็นสัญญาประเภทจำนำทะเบียนเจาะกลุ่มผู้ประกอบการ โดยมีประเภทรถบรรทุกเป็นกลุ่มลูกค้า หลัก การกำหนดเพดานดอกเบี้ยดังกล่าวจึงไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจของ SINGER แต่อย่างใด
ด้าน Cost of fund บริษัทได้รับเงินเพิ่มทุนจากดีล BTS ราว 1 หมื่นล้านบาท เช่นกัน ซึ่งนำไปจ่ายคืนหุ้น กู้และใช้ สำหรับขยายพอร์ตสินเชื่อปี 65-66 ไม่ต่ำกว่าปีละ 5 พันล้านบาท โดยปัจจุบัน funding เกือบทั้งหมดมาจากหุ้นกู้ระยะยาวทั้งสิ้น ไม่มีเงินกู้จากสถาบันการเงิน ความเสี่ยงต่อการ เปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยต่ำ
JMART งบไตรมาส 2/65 ทำนิวไฮต่อเนื่อง
โดย JMART ได้รับ Sentiment ตามลูกๆเช่นกัน ซึ่งหากมาดูที่ธุรกิจ J-mobile นั้น ยังสร้างยอดขาย เติบโตต่อเนื่อง เพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อน ในช่วงไตรมาส 1/65 และยังได้เดินหน้าเพิ่ม Line-up สินค้าและวางเป้าขยายกว่า 100 สาขา จากปัจจุบันราว 290 สาขา บวกกับการใช้ synergy ร่วม SINGER ทำหน้าร้านรวมช่วยประหยัดต้นทุน และการขายสินค้าผ่อน(SINGER+KBJ)
นอกจากนี้การขยายพาร์ทเนอร์คาดว่าจะมีประกาศอีกหลายแห่ง พาร์ทเนอร์ปัจจุบันอย่าง JayDee JGS เริ่มดำเนินธุรกิจแล้ว คาดจะเริ่มมีนัยฯในปี 67 ทั้งนี้สัดส่วนกำไรหลักยังมาจาก บ. ลูก JMT และ SINGER (คาด 80% ในปี 65) ด้านงบไตรมาส 2/65 คาดโตต่อแบบนิวไฮ ที่362 ล้านบาท ตามบริษัทลูกแม้ยอดขาย mobile + gadget คาดทรงตัวตามฤดูกาล

