CRC ได้ประโยชน์กำลังซื้อในประเทศฟื้น จับตางบไตรมาส 2 - 3 พลิกทำกำไรต่อเนื่อง!!
เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้จะมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยแวดล้อมภายนอกเข้ามากดดัน แต่หลายฝ่ายคาดว่า GDP ของไทยยังขยายตัวได้ตามการเติบโตของภาคท่องเที่ยวและส่งออก ซึ่งทำให้ภาพรวมกำลังซื้อและการบริโภคในประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้น
ซึ่ง CRC เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับผลบวกจากกำลังซื้อและการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยนักวิเคราะห์คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/65 จะพลิกกลับมาทำกำไรได้ ตามการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในธุรกิจแฟชั่นที่แข็งแกร่ง รวมถึงรายได้ค่าเช่าและบริการที่ขยายตัว ล่าสุดเดือนก.ค. ยอดขายยังเติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 40% ทำให้ CRC ติดโผหุ้นเด่นที่นักวิเคราะห์หลายสำนักแนะนำให้ “ซื้อ”
ไตรมาส 2 และ 3 ผลงานพลิกเป็นกำไรต่อเนื่อง
โดยนักวิเคราะห์จากบล.พาย คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/65 ของ CRC จะพลิกฟื้นจากขาดทุนสุทธิที่ 471 ล้านบาท ในไตรมาส 2/64 เป็นกำไรที่ 1.4 พันล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 16% จากไตรมาส 1/65 หนุนจากจำนวนลูกค้าที่ฟื้นตัวขึ้นใน 3 ประเทศ (ไทย เวียดนาม และอิตาลี) และรายได้ค่าเช่าและบริการที่โตขึ้น ขณะที่รายได้ไตรมาส 2/65 คาดจะอยู่ที่ 5.27 หมื่นล้านบาท เติบโต 22% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และ 1% จากไตรมาสก่อนหน้า หนุนจาก 1.คาดการณ์ว่ายอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ของทุกกลุ่มธุรกิจจะออกมาในแดนบวก ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจอาหารที่โต 17% ธุรกิจฮาร์ดไลน์ที่โต 2% และธุรกิจแฟชั่นที่โต 51% และ 2. รายได้ค่าเช่าและบริการที่คาดว่าจะพุ่งแตะ 2.1 พันล้านบาท โต 40% สืบเนื่องจากการมอบส่วนลดให้ผู้เช่าที่น้อยลง
ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 2/65 คาดจะอยู่ที่ 26.9% เพิ่มขึ้น 200bps จากไตรมาส 2/64 และ 180bps จากไตรมาส 1/65 ใกล้เคียงไตรมาส 4/64 หรือสูงสุดในช่วง 10 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยการเติบโตของ GPM เป็นผลจากส่วนแบ่งอัตรากำไรที่สูงขึ้นจากกลุ่มธุรกิจแฟชั่นและอัตรากาไรค่าเช่าที่สูงขึ้น
อีกทั้งคาดว่า รีนาเชนเต ศูนย์การค้าในอิตาลีจะมีผลประกอบการฟื้นตัวแข็งแกร่งจากจำนวนลูกค้าที่ฟื้นขึ้น อิงข้อมูลจากแนวโน้มการเคลื่อนไหวของผู้คนจาก Google ในหมวดหมู่ค้าปลีกและกิจกรรมนันทนาการในอิตาลี
นอกจากนี้ SSSG ในเดือน ก.ค. 2565 ของบริษัทยังแข็งแกร่งโดยยืนเหนือ 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ดังนั้นจึงคาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 3/65 จะพลิกเป็นกำไรเมื่อเทียบขาดทุนกับไตรมาส 3/64 แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/65 คาดว่าจะลดลงอย่างมากตามปัจจัยฤดูกาล โดยฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคําแนะนํา “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 43.00 บาท อิง P/E ปี 2566 ที่ 35x หรือใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มพาณิชย์ไทย

