Official Update :

ส่องพื้นฐานธุรกิจ WHA เจ้าแห่งนิคมอุตสาหกรรมไทย กับตำแหน่งหุ้นที่เด่นสุดของกลุ่ม

เมื่อพูดถึงหุ้นกลุ่มนิคมอุสาหกรรมของไทย ต้องมีชื่อ WHA หรือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพราะถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในการให้บริการโซลูชั่นครบวงจรด้านโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรมของไทย และเมื่อไม่นานมานี้ ประกาศดีลยักษ์ เซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน 600 ไร่ ให้กับ BYD พร้อมยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ยังอยู่ระหว่างเจรจากับค่ายยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รายใหญ่เพื่อเจรจาขายที่ดิน


สำหรับ ธุรกิจของ WHA ประกอบด้วย 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม  ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัล แพลตฟอร์ม ด้วยบริการโซลูชั่นแบบครบวงจรสำหรับลูกค้า ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรม


โดยความโดดเด่นของ WHA ทำให้นักวิเคราะห์ได้ชูให้เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มนิคมอุสาหกรรม หลังมีปัจจัยบวกเข้ามาต่อเนื่อง สะท้อนจากมุมมองบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า เลือก WHA เป็น Top Pick พร้อมให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 4.55  บาท


ทั้งนี้เนื่องจากมองว่า WHA มีโอกาสได้ลูกค้า EV และ Supplier เพิ่มในอนาคต (ปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้ากลุ่มยานยนต์กว่า 33% ของลูกค้าทั้งหมด โดยยังไม่รวม BYD 600 ไร่) รวมถึงผลบวกจาก Synergy มาตรการส่งเสริมการผลิต และจูงใจการใช้ EV ส่วนในระยะยาว WHA มีการพัฒนา ปรับตัวเข้าหาสิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะทางด้านดิจิทัลที่เริ่มเป็นปัจจัยสำคัญของการทำธุรกิจ


นอกจากนี้ประเมินว่าคาดกำไรปกติงวดครึ่งหลังปี 65 จะเติบโตจากครึ่งปีแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจนิคมอุสาหกรรมช่วง 8 เดือนของปี 65 บริษัทขายที่ดินไปแล้วกว่า 1.3 พันไร่ (80% ของเป้าใหม่บริษัท) และมียอดขายที่ดินรอโอน (Backlog) อยู่อีกกว่า 1 พันไร่ โดยบริษัทคาดว่าจะมีการทยอยโอนที่ดินลอตใหญ่ในไตรมาส 4/65


ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์เตรียมนำสินทรัพย์ขายเข้ากองในไตรมาส 4/65 มูลค่าประมาณ 2.7 พันล้านบาท ด้านธุรกิจสาธารณูปโภค-น้ำ รายได้ประจำมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของภาคการผลิตลูกค้านิคมฯ และ ธุรกิจไฟฟ้าไตรมาส 3/65 ยังคงได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่พุ่งสูง แต่ในไตรมาส 4/65 คาดแรงกดดันในเรื่องของต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นจะลดลงจากการปรับค่า Ft ขึ้นในรอบก.ย. – ธ.ค. 65 ช่วยหนุนส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมให้เพิ่มสูงขึ้น จึงคาดกำไรปกติปี 2565 ที่ 3,461 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%จากปีก่อน


ล่าสุด WHA มีการเตรียมพื้นที่เฟส 2 กว่า 500 ไร่ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จ.ระยอง รองรับผู้ผลิต EV Top 5 ของโลกที่อยู่ระหว่างการเจรจา รวมถึง Supply chain ของกลุ่ม EV ที่จะเข้ามาลงทุนเพิ่มในอนาคต ซึ่งปัจจุบันไทยมีอุปสงค์ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อ้างอิงจากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการจดทะเบียนกับกรมขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด


นอกจากนี้ไทยยังมีความพร้อมในเรื่องของพื้นที่สิ่งอำนวยความสะดวก แรงงานฝีมือ และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมองว่าการเข้าลงทุนของค่ายยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จะเป็นโอกาสและปัจจัยหนุนสำคัญในการดึงดูดค่าย EV แบรนด์อื่น รวมถึงผู้ผลิตส่วนประกอบต่างๆ ในห่วงโซ่ของกลุ่ม EV ให้เข้ามาลงทุน ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของยอดขายและการโอนที่ดินของธุรกิจนิคมฯ และต่อเนื่องไปยังธุรกิจสาธารณูปโภคในระยะยาวได้


ขณะที่ปี 2566 คาดกำไรจะเติบโตต่อเนื่อง 14% เป็น 3,961 ล้านบาท จากปัจจัยหนุนที่สำคัญ ได้แก่ 1.การย้าย/กระจายฐานการผลิตจากจีนมายังไทย จากปัญหาสงครามการค้าจีน-สหรัฐ 2.มาตรการสนับสนุนการลงทุนของรัฐบาล (BOI) เช่น สิทธิประโยชน์ด้านภาษี


3.การตั้งเป้าการผลิต EV และการออกมาตรการจูงใจให้มีการใช้ EV ของภาครัฐ (ปัจจุบัน WHA มีลูกค้ากลุ่มยานยนต์อยู่ 33% ของลูกค้าในกลุ่มนิคมทั้งหมด) และ 4.ภาครัฐพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อย่างต่อเนื่อง ทั้งพื้น ที่รอบข้าง และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในพื้นที่


“มองว่าผลประกอบการ WHA จะเติบโตเด่นในครึ่งลังปี 65 และต่อเนื่องในปี 2566 ตามภาคอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว การย้ายฐานของผู้ประกอบการจากจีนมาไทยและเวียดนาม นอกจากนี้ ยังได้ Synergy บวกของมาตรการส่งเสริมการผลิต และจูงใจการใช้ EV จากทางภาครัฐ ส่วนในระยะยาว WHA มีการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจทางด้านดิจิทัลรองรับเทรนด์ใหม่ในอนาคต”


This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”