Official Update :

SCC ไตรมาส 3 กำไร 2,443.98 ล้านบาท ดิ่ง 64% หลังส่วนต่างราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลง ชี้ตุนเงินสดในมือสูงเฉียด 7 หมื่นล้านบาท

SCC ประกาศงบไตรมาส 3 กำไรสุทธิเหลือ 2,443.98 ล้านบาท ลดลง 64% หลังส่วนต่างราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลง รวมทั้งส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง กดให้ 9 เดือนมีกำไรสุทธิ ที่ 21,225 ล้านบาท ลดลง 45% พร้อมเผยมีเงินสดและเงินสดภายใต้การบริหาร ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2565 เท่ากับ 69,284 ล้านบาท


บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 3/65 มีกำไรสุทธิ 2,443.98 ล้านบาท ลดลง 64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจาก ส่วนต่างราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลง รวมทั้งส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง และลดลง 75% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากส่วนต่างราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับลดลง ต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับในไตรมาสก่อนเป็นช่วงที่มีรายได้เงินปันผลรับ


โดยไตรมาสที่ 3/65 มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 142,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% สาเหตุหลักจากธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและธุรกิจแพจเกจจิ้งมีราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด แต่เมื่อเทียบไตรมาสก่อนลดลง 7% จากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักจากราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลงตาม ความต้องการของตลาดที่ลดลง สืบเนื่องจากวัฎจักรขาลงของธุรกิจเคมิคอลส์


ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนของปี 2565 มีรายได้จากการขายเท่ากับ 447,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ จากราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด EBITDA ลดลง 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 51,790 ล้านบาท


ส่งผลให้งวด 9 เดือนของปี 2565 มีกำไรงวดลดลง 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 21,225 ล้านบาท สาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบของธุรกิจเคมิคอลส์และต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในธุรกิจเคมิคอลส์ลดลง


ในช่วง 9 เดือนของปี 2565 ธุรกิจแพคเกจจิ้ง มีรายได้จากการขายเท่ากับ 112,559 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน EBITDA เท่ากับ 15,859 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกาไรสำหรับงวดเท่ากับ 5,351 ล้านบาท ลดลง 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงมีโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคงโดยมีเงินสดและเงินสดภายใต้การบริหาร ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2565 เท่ากับ 69,284 ล้านบาท ขณะที่ ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2565 อยู่ที่ 69,389 ล้านบาท และ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4 ปี 2564 อยู่ที่ 68,323 ล้านบาท โดยมีเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ 122,832 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อน โดยมีอัตราหมุนเวียนสินค้าคงเหลือต่อต้นทุนขายเท่ากับ 67 วัน เทียบกับ 60 วันในไตรมาสก่อน (ไตรมาสที่ 2 ปี 2565)

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”