Official Update :

แบงก์ชาติยกเลิก LTV ฉุดดีมานด์อสังหาฯ โบรกชี้หากราคาย่อเป็นจังหวะ “ซื้อ”

หลังจากที่ธปท.พิจารณาไม่ต่อมาตรการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ที่จะหมด อายุในวันที่ 31 ธ.ค.2565 ทำให้ผู้ขอสินเชื่อบ้านต้องกลับไปใช้หลักเกณฑ์ LTV เดิมซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับปีหน้า


โดยมีรายละเอียดได้แก่ 1.สัญญาที่ 1 สำหรับบ้านราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยวางดาวน์ต่ำสุดได้ถึง 10% ถึง 0% บวกกู้สินเชื่อ top -up ได้เพิ่มอีก 10% ของมูลค่าบ้าน 2.สัญญาที่ 2 ต้องวางดาวน์ขั้นต่า 10% หากผ่อนสัญญาที่ 1 มากกว่า 2 ปี หรือ 20% หากผ่อนสัญญา 1 น้อยกว่า 2 ปี ส่วนสัญญาที่ 3 วางดาวน์ขั้นต่า 30%


3.ส่วนบ้านราคาเกิน 10 ล้านบาท สัญญาที่ 1 วางดาวน์ขั้นต่า 10% สัญญาที่ 2 วางดาวน์ 20% และสัญญาที่ 3 วางดาวน์ 30%


ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองประเด็นดังกล่าวเป็น Sentiment เชิงลบต่อกลุ่มอสังหาฯ เนื่องจากการผ่อนปรนมาตรการ LTV รอบล่าสุดถือเป็นปัจจัยช่วยเพิ่มศักยภาพในการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค ดังนั้นหากมีการยกเลิก/ไม่ต่ออายุมาตรการดังกล่าวจะทาให้อัตราดูดซับอุปทานทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมลดลง


โดยคาดว่าประเด็นดังกล่าวจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อผู้ประกอบการแนวสูงมากกว่าแนวราบเนื่องจากการซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 เป็นต้นไป หรือซื้อเพื่อลงทุนโดยส่วนใหญ่จะเป็นโครงการแนวสูง ซึ่งผู้ประกอบการฯ ที่มีสัดส่วนแนวสูงมาก อาทิ NOBLE, LPN และ ORI


อย่างไรก็ดี ระยะสั้นคาดเห็นผู้บริโภคบางส่วนอาจเร่งการตัดสินใจซื้อในช่วงก่อนมาตรการผ่อนคลาย LTV จะสิ้นสุด รวมทั้งคาดเห็นผู้ประกอบการฯ นำประเด็นการสิ้นสุดการผ่อนปรน LTV มาใช้เป็นเครื่องมือการตลาดในการกระตุ้นและปิดยอดการขายในช่วงปลายปี 2565


ด้านมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ อื่นๆ อาทิ การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดในปีนี้เช่นกัน วานนี้กระทรวงการคลังแจงว่าปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณา


แนะนำเป็นโอกาสสะสมหากราคาหุ้นอ่อนตัวลง จากแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ที่แข็งแกร่งขณะที่ปัจจุบันอุตสาหกรรม ซื้อขายบน PER66 เฉลี่ยที่เพียง 7.1 เท่า พร้อมคาดเงินปันผลปี 2565/66 ใ ห้ Dividend Yield สูง 7.1% และ 7.8% ตามลำดับ Top pick เ ลือก SC แนะนำซื้อ 5.15 บาท AP แนะนำ ซื้อ 13.60 บาท



เป็นลบต่อกลุ่มที่มาตรการ
LTV เคยหนุน

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การยกเลิกผ่อนคลายมาตรการ LTV ซื้อบ้านหลังที่ 2 โดยนับจากปี 23 ต้องวางดาวน์ 10-20% เป็นจิตวิทยาลบต่อกลุ่มที่เคยถูกมองว่าได้ประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว อาทิ SPALI, PSH, AP แต่ทิศทาง BOT เปิดเผยว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันฟื้นตัวต่อเนื่อง เชิงกลยุทธ์มองเป็นโอกาสลงทุน AP แนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 15 บาท หุ้นแข็งแกร่งของกลุ่ม


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด รายงานว่าประเด็นดังกล่าวถือเป็น Sentiment เชิงลบต่อกลุ่มอสังหาฯ โดยประเด็นแรก คือ หากกลับมาใช้มาตรการ LTV เหมือนเดิม กล่าวคือ1) บ้านหลังแรก (สัญญาที่ 1) ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท คงกู้ได้เต็มมูลค่า 100% และกู้เพิ่มอีก 10% ของมูลค่าหลักประกัน สำหรับการซื้อเฟอร์นิเจอร์ ซ่อมแซม หรือต่อเติมบ้าน ขณะที่หากราคาเกินกว่า 10 ล้านบาท กำหนด LTV 90% (วางดาวน์ 10%)


2) บ้านหลังที่ 2 (สัญญาที่ 2) สำหรับบ้านต่ำกว่า 10 ล้านบาท หากผ่อนสัญญาที่ 1 มาแล้ว 2 ปีขึ้นไป กำหนดวางเงินดาวน์ 10% แต่หากผ่อนสัญญาที่ 1 ไม่ถึง 2 ปี ต้องวางเงินดาวน์ 20% ส่วนราคาบ้านเกินกว่า 10 ล้านบาท กำหนดเกณฑ์ LTV ไว้ที่ 20% และ3) บ้านหลังที่ 3 ขึ้นไป (สัญญาที่ 3 ขึ้นไป) กำหนดเกณฑ์ LTV ไว้ 70% (ต้องวางดาวน์ 30%)


คาดทำให้การฟื้นตัวของอสังหาฯ เกิดขึ้นได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากภาพอสังหาฯ ขณะที่กำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว โดยปกติ ดีมานด์ของกลุ่มอสังหาฯ มาจาก 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่ม Real Demand ผู้ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง 2) กลุ่มเพื่อการลงทุน (Investor) และ 3) กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แล้วมี LTV ทำให้กลุ่มลงทุนและต่างชาติหายไป เหลือแต่กลุ่ม Real Demand ที่ช่วยพยุงตลาดฯ และทำให้กลุ่มสินค้าแนวราบมีดีมานด์เพิ่มมาก


แต่ต่อมาเมื่อ ธปท. ผ่อนคลาย LTV ชั่วคราว ทำให้กลุ่ม Investor สำหรับบ้านหลังที่ 2 ซึ่งมองเป็นพวกคอนโดฯ เริ่มกลับมาได้บางส่วน แต่กลุ่มต่างชาติยังไม่มา ขณะที่เมื่อไทยกำลังเปิดประเทศ ทำให้โอกาสของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมา


ดังนั้นหากยกเลิกผ่อนคลาย LTV ทำให้ดีมานด์ที่จะมาทุกกลุ่มยังมาได้ไม่ครบที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของอสังหาฯ ให้กลับมาเหมือนก่อนโควิด-19 และก่อนใช้ LTV โดยมุมมองฝ่ายวิจัย จึงมองว่าการยกเลิกผ่อนคลาย LTV ยังไม่ใช่จังหวะที่ควรนำมาทำในช่วงเวลานี้ เนื่องจากด้วยสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ยังไม่เกิดภาวะที่มีการเก็งกำไรมากมาย และดีมานด์ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าแนวราบที่มาจากกลุ่ม Real Demand


นอกจากนี้ประเด็นเรื่องการให้สิทธิต่างชาติซื้อที่ดินตามเงื่อนไขที่กำหนด ยังเป็นเรื่องที่มีข้อถกเถียงกัน และยังไม่ได้ประกาศใช้ โดยหากภาครัฐมีการนำข้อเสนอข้างต้นมาพิจารณาเพิ่มเติม ก็อาจทำให้เงื่อนไขที่กำหนดสิทธิให้ต่างชาติซื้อที่ดินเพิ่มเพดานความเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ประโยชน์ที่ภาคอสังหาฯ จะได้รับจากมาตรการดังกล่าวมีโอกาสลดน้อยลง


โดยสรุปประเด็นดังกล่าวย่อมสร้างแรงกดดันเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้นอสังหาฯ แต่มองว่าหากราคาย่อตัวลงมา ถือเป็นจังหวะการสะสมหุ้น เนื่องจากโดยปกติผลการดำเนินงานของกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยงวดครึ่งหลังของปี 2565 จะดีกว่า ในช่วงครึ่งปีแรก


โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่เป็นจุดสูงสุดของปี ตามแผนเปิดโครงการแนวราบใหม่และส่งมอบคอนโดฯ ใหม่ที่ส่วนใหญ่เสร็จครึ่งปีหลัง นอกจากนี้การผ่อนคลาย LTV ที่จะหมดสิ้นปี อาจกระตุ้นให้เกิดการเร่งโอนฯ ไตรมาส 4/65 มากขึ้น ขณะที่ด้าน Valuation หุ้นกลุ่มนี้ยังน่าสนใจ ด้วยระดับ PER ไม่สูง และ Div Yield เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5% ต่อปี


คงแนะนำลงทุนเท่าตลาดและแนะนำ “ซื้อ” เลือกหุ้นเด่นเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งทั้งโครงสร้างธุรกิจและการเงิน มีสินค้าทุกประเภทสามารถรองรับกับดีมานด์ได้ดี เช่น LH ราคาเป้าหมายที่ 11.50 บาท SC ราคาเหมาะสมที่ 4.88 บาท AP ราคาเป้าหมาย 14.50 บาท และ SPALI ราคาเป้าหมาย 28.60 บาท

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Fun of Funds
“ASP-TAIWAN” เกาะกุม “หุ้นไต้หวัน”... “หัวใจ” ของซัพพลายเชน “ชิปโลก” โอกาสลงทุนที่ยิ่งใหญ่ “สำคัญ” เกินกว่าจะละเลย !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
Jackson Hole สะเทือนตลาด กดทองคำ-เงิน-Bitcoin ร่วงระนาว ผวาสภาพคล่องตึงตัว โบรกฯ มองแค่พักฐาน ระยะยาวยังมี Upside
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us