Official Update :

PTT กำลังเจอความท้าทาย เมื่อนักวิเคราะห์ คาดไตรมาส 3/65 กำไรเหลือแค่ 1 หมื่นล้านบาท แต่ยังแนะนำ “ซื้อ” เพราะราคาหุ้นไม่แพง

PTT ระยะสั้นกำลังมีแรงกดดัน นักวิเคราะห์มองไตรมาส 3/65 จะรายงานกำไรสุทธิเพียง 1 หมื่นล้านบาท ลดลงสูงถึง ลดลง 58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังมีปัจจัยกดดันจำนวนมาก แต่มองไตรมาส 4 จะฟื้นตัว อย่างไรก็ตามราคาหุ้นที่ไม่แพง จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 46 บาท


บล. กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มองว่า กำไรไตรมาส 3/65 ของ PTT จะอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน เนื่องจากธุรกิจก๊าซของ PTT ที่อ่อนแอลง อีกทั้ง ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกหลักๆ ก็ปรับลดลง ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/65 ดีขึ้นจากต้นทุนก๊าซที่ลดลง ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันพลิกเป็นกำไร และขาดทุน FX น้อยลง แต่ความสี่ยงต่อประมาณการปี 2565 เป็นขาลง


ทั้งนี้คาดว่า PTT จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2565 ที่ 1.0 หมื่นล้านบาท ลดลง 58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 74% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของทุกกลุ่มธุรกิจ


ได้แก่ 1.ธุรกิจก๊าซธรรมชาติของจากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น และอุปสงค์ที่ลดลง และ 2.บริษัทในเครือหลัก ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากค่าการกลั่น (GRM) ที่อ่อนตัวลงและส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์ทร่ลดลงและผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน (FX)


โดยประมาณการนี้สะท้อนกำไรช่วง 9 เดือนแรกของปีที่ 7.44 หมื่นล้านบาท ลดลง 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 67% ของประมาณการทั้งปี จึงเชื่อว่าความเสี่ยงต่อประมาณการกำไรปี 2565 มี downside มากกว่า upside


สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากของบริษัทลูก คาดว่ากำไรโดยรวมของบริษัทลูก 4 แห่งของ PTT จะลดลง 54% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 75% จากไตรมาสก่อน เป็น 1.12 หมื่นล้านบาท จาก market GRM ที่อ่อนแอลงอย่างมาก ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีภัณฑ์ที่ลดลง และผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและ FX ที่เพิ่มขึ้น PTTEP เป็นบริษัทลูกเพียงแห่งเดียวที่สามารถรายงานกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นทั้งเชิง ช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน ในไตรมาส 3/2565


ทั้งนี้หากมองไปยังไตรมาส 4/2565 คาดว่าผลประกอบการของธุรกิจก๊าซธรรมชาติและบริษัทลูกโดยรวมจะปรับดีขึ้น จากราคาต้นทุนก๊าซLNG spot และการนำเข้าที่ลดลง


อีกทั้ง ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่พลิกเป็นกำไรเล็กน้อยเช่นเดียวกับผลขาดทุนจาก FX ที่ลดลง แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกในกลุ่มปิโตรเคมีจะยังคงอ่อนแอในไตรมาส 4/2565 จากการปิดซ่อมบำรุงโรงงานครั้งใหญ่ของโรงกลั่น PTTGC และ IRPC รวมถึงส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่อ่อนแออย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมายที่ 46 บาท โดยคำแนะนำอิงจากราคาหุ้นที่ไม่แพง ซึ่งเชื่อว่าแนวโน้มกำไรปี 2565 ที่แข็งแกร่ง ส่วนประวัติการรายเงินปันผลที่ค่อนข้างดีและราคาหุ้นที่ไม่แพงจะจำกัด downside ที่มีนัยต่อราคาหุ้น ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากการลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัส ในเดือน พ.ย. อาจเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น

ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”