เจาะลึกกลยุทธ์การเติบโต UBA หุ้น IPO น้องใหม่ ผู้นำธุรกิจบริการจัดการน้ำครบวงจร
เข้าสู่ช่วงเดือนสุดท้ายของปีกันแล้ว หุ้น IPO น้องใหม่เดินหน้าเข้าตลาดหุ้นกันอย่างคึกคัก ดังนั้นคอลัมน์ NEXT IPO ประจำวันอังคาร Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาทำความรู้จักกับหนึ่งในหุ้น IPO ที่เตรียมจะเข้าเทรดอย่างบริษัท ยูทิลิตี้ บิสิเนส อัลลายแอนซ์ จำกัด (มหาชน ) หรือ UBA
UBA โดยมีบริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR และบริษัท สยามอีสต์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SE เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งภายหลัง IPO ทาง NWR จะมีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 43% และ SE จะมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 28.67%
UBA เป็นผู้ดำเนินธุรกิจหลักในการให้บริการจัดการน้ำ เดินระบบ และบำรุงรักษาแบบครบวงจร (IOM) พร้อมทั้งการบริการทางด้านวิศวกรรม และจัดหาอุปกรณ์ ซึ่งรวมไปถึงการให้คำปรึกษา ออกแบบ ก่อสร้าง และติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้า เพื่อสนับสนุนธุรกิจบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร
โดยให้บริการได้ครอบคลุมใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์การให้บริการ ได้แก่ งานระบบบำบัดน้ำเสีย งานอุโมงค์ระบายน้ำ และงานระบบน้ำประปา ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ให้บริการจัดการน้ำเสียเอกชนรายใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานคร และเป็นผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการอุโมงค์ระบายน้ำ โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการโครงการให้กับกรุงเทพมหานครมาต่อเนื่องแล้ว จำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,200 ล้านบาท
UBA มีกำหนดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ โดยล่าสุดได้กำหนดราคาขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 170 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท/หุ้น ในราคาหุ้นละ 1.70 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ประมาณ 15.7 เท่า
อย่างไรก็ตามลักษณะธุรกิจของบริษัทมีความเฉพาะจึงไม่มีบริษัทใดในตลาดหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจสามารถนำมาเปรียบเทียบในการประเมินราคาหุ้นที่เสนอขายได้โดยตรง แต่เพื่อเป็นข้อมูลให้กับนักลงทุนและสำหรับเป็นข้อมูลอ้างอิงในการประเมินราคาหุ้นที่เสนอขาย บริษัทได้พิจารณาจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ของบริษัทที่มีลักษณะการดำเนินธุรกิจที่ใกล้เคียงกับบริษัท ทั้งหมด 4 บริษัท โดยสรุปข้อมูลที่ใช้ในการเปรียบเทียบ P/E มีรายละเอียดดังนี้
-
EASTW P/E เฉลี่ย 94 เท่า
-
FVC P/E เฉลี่ย 23.76 เท่า
-
TTW P/E เฉลี่ย 13.13 เท่า
-
WHAUP P/E เฉลี่ย 23.16 เท่า
สำหรับวัตถุประสงค์การระดมทุน เพื่อนำเงินไปใช้ในการลงทุนพัฒนาระบบสารสนเทศ (Information System) ใช้ในการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างสินค้าและบริการใหม่ รวมทั้งเพื่อซื้อและปรับปรุงเครื่องจักรที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน และชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเติบโตให้กับบริษัท
รวมถึงโอกาสในการรับงานมากขึ้น ภายใต้จุดแข็งของ UBA ทั้งความได้เปรียบของการบริหารการจัดการแบบครบวงจร ทำให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในธุรกิจนี้มา 21 ปี และการครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของงานระบบบำบัดน้ำเสียตลอดจนมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการอุโมงค์ระบายน้ำของ กทม.
ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานของ UBA มีการเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2562 ถึง 2564 และงวดเก้าเดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 432.40 ล้านบาท 532.69 ล้านบาท 533.59 ล้านบาท และ 533.50 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทได้รับจากงานบริการ IOM เป็นหลัก
ส่วนกำไรสุทธิก็มีการเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน เห็นได้จากในปี 2562 อยู่ที่ 18.30 ล้านบาท หลังจากนั้นปี 2563 เพิ่มมาที่ 43.43 ล้านบาท ปี 2564 เติบโตต่อมาอยู่ที่ 52.35 ล้านบาท และล่าสุด 9 เดือนปี 2565 กำไรสุทธิเกือบเท่าทั้งปี 2565 ไปแล้ว โดยทำได้ระดับ 50.82 ล้านบาท
เปิดกลยุทธ์การเติบโต
ทั้งนี้เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ บริษัท มีการวางแผนทางการตลาดเพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ต่างๆ ให้เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวในปัจจุบันสม่ำเสมอ เช่น ติดตามแผนงานของหน่วยงานภาครัฐ เช่น แผนกรมควบคุมมลพิษได้มีการขยายพื้นที่ควบคุมเป้าหมายของปี 2565 ถึง 2568 จำนวน 179 แห่ง รวมถึงแผนของกรุงเทพมหานครในการขยายงานโครงการระบบบำบัดน้ำเสียตามแผนพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ รวม 10 โครงการ เป็นต้น
รวมทั้งขยายงานในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมภาคเอกชน จากการเติบโตของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และโครงการปรับปรุงระบบน้ำเสียให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่มีการหยุดใช้งานระบบบริหารจัดการน้ำในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) เช่น โรงแรม สนามบิน เป็นต้น
นายสมชาติ สังหิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UBA กล่าวว่า บริษัทมีจุดแข็ง ทั้งงานโครงการที่เป็น Backlog ยังไม่ได้ส่งมอบมูลค่ากว่า 1,422 ล้านบาท รวมถึงแผนการขยายงานในอนาคตของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นลูกค้ารายหลัก โดยในการรับงานประมูลของกทม. ที่มีแผนก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย และขยายอุโมงค์ระบายน้ำ รวมทั้ง มีกลุ่มลูกค้าเอกชน จะมีงานออกมาให้ประมูลอีกมูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาท ในอีก 5 ปี ข้างหน้า
รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย ที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบำบัดน้ำเสียมากขึ้น ยังส่งผลให้บริษัทมีโอกาสสร้างรายได้และอัตรากำไรสุทธิที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น ขณะที่ในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า คาดการณ์ว่าบริษัทจะมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

