สรุป KISS แบบง่ายๆ ก่อนไอพีโอ

กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ วันที่ 19 .. นี้ สำหรับ KISS หรือ บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เชื่อว่านักลงทุนคงเห็นข้อมูลการขายหุ้นและข้อมูลทางการเงินกันไปพอสมควรแล้ว วันนี้ Wealthy Thai จะมาสรุปความน่าสนใจของหุ้น KISS ในอีกมุมแบบง่ายๆ ให้อ่านกัน



1.KISS คือใคร ทำธุรกิจอะไร

KISS หรือ บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้พัฒนา จ้างผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้แบรนด์หลากหลาย แต่ที่เราคุ้ยเคยกันดีน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและอาหารเสริมแบรนด์ Rojukiss และเครื่องสำอางค์แบบซองที่เปิดตัวเป็นเจ้าแรกในไทยอย่าง Sis2Sis แต่นอกเหนือจากสองแบรนด์นี้แล้ว KISS ยังมีแบรนด์ภายใต้การบริหารอีก คือ Best Korea, PhD K-Derma และ Wonder herb



2.สินค้าครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย

แต่ละแบรนด์ของ KISS จะมีภาพลักษณ์และกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน จึงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม


 


3.ช่องทางจัดจำหน่ายหลากหลาย เข้าถึงง่าย

ผลิตภัณฑ์ของ KISS วางจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า และห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ เช่น 7-Eleven, Family Mart, Watsons, Tesco, Big C, Tops, EVEANDBOY, Top World, Win Cosmetics, Dara Cosmetics, Super Cheap, Je Leng และ 24Shopping รวมถึงฝากขายผ่านช่องทางออนไลน์ของ Shopee และ www.rojukiss.com ซึ่งเป็นช่องทางหลักของบริษัท นอกจากนี้ KISS ยังจับมือกับบริษัทย่อยของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนาสินค้า ตราสินค้าใหม่ และช่องทางการจำหน่ายตรงไปยังผู้บริโภค (Direct-to-consumer: D2C) โดยคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายผ่านช่องทางดังกล่าวได้ภายในต้นปี 2564



4.เป็นผู้นำตลาดในหลายๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์

ตามข้อมูลของ Nielsen ปี 2562 ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Rojukiss เป็นผู้นำตลาดในหลายๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์

1) เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเซรั่มที่มียอดขายเชิงมูลค่าเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย เทียบในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของผู้หญิง (Women Facial Moisturizer)


2) ผลิตภัณฑ์ Rojukiss Acne Spotless Serum เป็นผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายเชิงมูลค่าเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสิวในประเทศไทย


3) ผลิตภัณฑ์ Rojukiss Eye For Face Cream มียอดขายเชิงมูลค่าเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยในช่องทางร้านสะดวกซื้อในช่วงเดือนสิงหาคม 2562 (วันที่ออกผลิตภัณฑ์) ถึงธันวาคม 2562


4) เป็นแบรนด์ที่ยอดขายในกลุ่มแผ่นมาส์กบำรุงผิว (Facial Sheet Mask) เติบโตเร็วกว่าตลาดกลุ่มสินค้าดังกล่าวถึง 6.6 เท่า เป็นแบรนด์ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์สบู่เพื่อความงามในช่องทางร้านสะดวกซื้อ


นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ลิปสติกแบรนด์ Sis2Sis ซึ่งเป็นเครื่องสำอางค์แบบซองเจ้าแรกในไทย ยังส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ในเชิงปริมาณ (จำนวนชิ้น) และเป็นอันดับ 4 ในเชิงมูลค่าอีกด้วย



5.มาร์เก็ตแชร์ยังเติบโตได้ในภาวะวิกฤติ

ในไตรมาส 2/63 สถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ยังรุนแรงต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลประกาศ lock-down ประเทศในเดือนเมษายน ส่งผลให้ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าหลายแห่งต้องปิดบริการชั่วคราว รวมถึงควบคุมการเดินทางข้ามจังหวัดและการเดินทางข้ามประเทศ เพื่อลดความเสี่ยง แต่ KISS ยังมีรายได้เติบโตต่อเนื่องจากช่องทางร้านสะดวกซื้อที่ยังเปิดให้บริการ ทำให้ Rojukiss มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 3.3% ในปี 2562 เป็น 4.2% ในไตรมาส 3/63 และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าสำหรับผู้หญิงในช่องทางร้านสะดวกซื้อ เท่ากับ 8.6% ในปี 2562 เติบโตเป็น 12.5 ในไตรมาส 3/63



นักลงทุนสถาบันจองหุ้นเกิน
20 เท่า

นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า ในช่วงเปิดจองซื้อหุ้น IPO ของ KISS ระหว่างวันที่ 5 และ 8-9 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา มีนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจเข้ามาจองซื้อเป็นจำนวนมากกว่า 20 เท่าของจำนวนหุ้นที่นำเสนอขาย เนื่องจาก KISS มีจุดแข็งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แตกต่างและโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง และสามารถใช้ความได้เปรียบจากการเป็นบริษัท Asset Light และการมีเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ที่เอื้อต่อการคิดค้นพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ ทำให้ KISS เป็นบริษัทที่มีความแตกต่างและเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นแม้ในสถานการณ์ Covid-19 และมีอัตรากำไรสุทธิที่สูง ประมาณร้อยละ 17 และ 19 ในปี 2562 และงวด 9 เดือนแรก ปี 2563 ตามลำดับ


สุดท้ายนี้ KISS ตั้งเป้าหมายมีรายได้ 3,000 ล้านบาท ภายในปี 2567 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 20% ต่อปี นับจากปี 2562 ซึ่งต้องติดตามว่าบริษัทจะใช้กลยุทธ์และแนวทางการทำธุรกิจอย่างไรให้บรรลุเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ตลาด Beauty and Personal Care ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้แม้จะถูกมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงทุกคนยังมีความต้องการผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ ยิ่งปัจจุบันการพัฒนาและวิจัยก้าวหน้า ทำให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกสู่ตลาดมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น ประกอบกับการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ทำได้ง่าย นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายต่อหัวของสินค้าด้านความงามในประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายต่อหัวในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้




ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SET เสี่ยงพักฐานช่วงสั้น AI-OPEC กดดันตลาด แนะเลี่ยงหุ้นอิงปัจจัยต่างประเทศ ชูแบงก์-โรงพยาบาล-ท่องเที่ยวเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
CNN เผยรายชื่อวิทยากรที่ตบเท้าเข้าร่วมงานเสวนาระดับโลก Global Perspectives: In Bangkok ที่จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us