PF ลุยพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ปีละ 1 โครงการ หวังดันสัดส่วนรายได้ประจำแตะ 30% ภายในปี 2670
PF ตั้งเป้าพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ปีละ 1 โครงการ หวังดันสัดส่วนรายได้ประจำแตะ 30% ภายในปี 2670 ล่าสุดส่งบริษัทในเครือ บมจ. วีรีเทล ลุยพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส มูลค่า 7 พันล้านบาท คาดแล้วเสร็จปี 2567
นายศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เปิดเผยว่า บริษัทมองหาการลงทุนในธุรกิจที่เพิ่มศักยภาพให้แก่บริษัท โดยเฉพาะโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์บนทำเลศักยภาพสูงซึ่งบริษัทมีที่ดินรองรับ
โดยล่าสุดบริษัท วีรีเทล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจพื้นที่เชิงพาณิชย์ ได้ลงทุนพัฒนาโครงการแบบมิกซ์ยูส ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน พร้อมพื้นที่รีเทลภายในอาคารและด้านหน้าอาคาร ซึ่งได้ “จ๊อดแฟร์” เข้ามาร่วมมือในการบริหารพื้นที่รีเทลทั้งหมด
ทั้งนี้รายละเอียดโครงการตั้งอยู่ริมถนนรัชดาภิเษกและมีระบบขนส่งมวลชนอำนวยความสะดวกในการเดินทาง โดยอยู่ติดสถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีส้ม โครงการมีมูลค่า 7 พันล้านบาท มีมูลค่าลงทุนราว 2.3 พันล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในปี 2567
สำหรับโครงการดังกล่าว จะประกอบไปด้วย 2 โซน ได้แก่ อาคารสูง 12 ชั้น และ พื้นที่ร้านค้าด้านหน้าอาคาร ตัวอาคารมีพื้นที่รวมกว่า 93,000 ตร.ม. แบ่งเป็น พื้นที่สำนักงาน 5 ชั้น 20,000 ตร.ม. พื้นที่ร้านค้า 3 ชั้น 25,000 ตร.ม. พื้นที่จอดรถ 4 ชั้น 33,000 ตร.ม. จอดรถได้ 750 คัน พื้นที่บริการและสัญจร สวน ล็อบบี้ อีก 15,000 ตร.ม.
ส่วนพื้นที่สำนักงาน จะเป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และบริษัทในกลุ่ม เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ โดยรวมพนักงานที่อยู่ตามอาคารสำนักงานต่างๆ เข้ามาอยู่ศูนย์กลางที่เดียว พร้อมสำนักงานขายใจกลางเมือง มีแผนพัฒนาให้เป็นสำนักงานทันสมัย ภายใต้แนวคิด Smart Green Office
พร้อมกันนี้ในเบื้องต้นบริษัทได้ตั้งเป้าหมายจะพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ปีละ 1 โครงการ ซึ่งในปัจจุบันบริษัทมีที่ดินที่มีศักยภาพและสามารถต่อยอดพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ในมืออยู่ 2แห่ง ได้แก่ แปลงที่ดินตรงข้ามโครงการที่กำลังจะพัฒนาบนถนนรัชดาภิเษกขนาด 11 ไร่ และแปลงที่ดินในทำเลรามอินทรา-คู้บอนอีกราว 50 ไร่
ทั้งนี้บริษัทได้ตั้งเป้าหมายรายได้ประจำให้ขึ้นอยู่ในระดับ 30% ภายใน 4 ปี หรือปี 2570 จากปัจจุบันที่ยังไม่มีรายได้ประจำ ซึ่งจะการรับรู้รายได้ของกลุ่มดังกล่าวเข้ามาในพอร์ตรายได้ ตั้งแต่ปี 2567 หรือหลังจากที่เปิดโครงการมิกซ์ยูสในย่านรัชดา ที่มีสัญญาเช่าพื้นที่เป็นระยะเวลา 20ปี ซึ่งเตรียมขยายระยะเวลาเช่าเป็น 30 ปี และจะถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 2 ปี
