ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยยังมีเสน่ห์ ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน หลังปี 65 พบยอดจ่ายปันผลกว่า 6.45 แสนลบ.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองตลาดหุ้นไทยยังมีเสน่ห์ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ เผยเดือนม.. หุ้นไทยปิดบวก มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 72,012 ล้านบาท มองปัจจัยการเมืองยังไม่ชัดเจน ชี้บริษัทจดทะเบียนไทยมีความสามารถในการเติบโตอยู่แล้ว


ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปัจจุบันที่เคลื่อนไหวในลักษณะของไซด์เวย์ เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้นหลังคลายความกังวลเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ทำให้เม็ดเงินลงทุนกระจายไปยังตลาดหุ้นอื่นๆ ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) มากขึ้น จากปีก่อนที่มีเพียงตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นอินโดนีเซียที่โดดเด่น


ส่วนการเลือกตั้งในประเทศที่เริ่มเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างไรนั้น มองว่าต้องรอดูว่าจะมีนโยบายไปในทิศทางไหน เพราะแต่ละนโยบายจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม มองว่าบริษัทจดทะเบียนไทยมีความสามารถที่จะสร้างการเติบโตด้วยตนเองอยู่แล้ว


ด้านนายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวในลักษณะไซด์เวย์ แต่ภาพรวมตลาดหุ้นในเดือนม.. 2566 ยังเป็นบวก โดยตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,671.46 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 72,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 56,184 ล้านบาท และปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 4/65 นับเป็นเซนติเมนเชิงบวก


เนื่องจากมีเงินลงทุนเคลื่อนย้ายมายังตลาดหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยจากเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวดีต่อเนื่องและมีข่าวดีจากการเปิดประเทศของจีน ส่งผลให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติและมูลค่าการส่งออกจะกลับมาขยายตัวอีกครั้งในอนาคตอันใกล้ ขณะที่เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ผู้ลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทยกว่า 5.8 หมื่นล้านบาท


ทั้งนี้ ความกังวลเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยลดลง ตามตัวเลจเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไม่ร้อนแรงเหมือนช่วงที่ผ่านมา โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2566 ว่าจะขยายตัวที่ 2.9% เพิ่มขึ้นจาก 2.7% ตามที่ได้เผยแพร่รายงานเมื่อเดือนตุลาคม 2565 ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกคลายความกังวลเกี่ยวกับการเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง อีกทั้งเงินเฟ้อที่ลดลงอาจนำไปสู่การผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางประเทศอื่นๆ เร็วกว่าคาด


ขณะที่ผู้ลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่สี่ โดยในเดือนม.. 2566 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 18,997 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9


นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีเสน่ห์ที่ดึงดูดการลงทุนจากการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอและค่อนข้างอยู่ในระดับสูง ในปี 2565 บริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai มีการจ่ายเงินปันผลรวมสูงกว่า 645,622 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการจ่ายเงินปันผลของ 564 ล้านบาท รวม 846 ครั้ง ซึ่งการจ่ายเงินปันผลส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเดือนมี. - .. ซึ่งมองว่าหากบรัทจดทะเบียนยังจ่ายเงินปันผลในอัตราเท่าเดิมน่าจะทำให้ส่วนนี้ขยายตัว

ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SET เสี่ยงพักฐานช่วงสั้น AI-OPEC กดดันตลาด แนะเลี่ยงหุ้นอิงปัจจัยต่างประเทศ ชูแบงก์-โรงพยาบาล-ท่องเที่ยวเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
CNN เผยรายชื่อวิทยากรที่ตบเท้าเข้าร่วมงานเสวนาระดับโลก Global Perspectives: In Bangkok ที่จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us