MAKRO คาดยอดขายปี 66 โตไม่ต่ำ 10% ลุยเปิดแม็คโครเพิ่ม 18 สาขา-โลตัส 168 สาขา เดินหน้าลดต้นทุนทางการเงินต่อเนื่อง

MAKRO คาดปี 66 ยอดขายแม็คโครโตไม่ต่ำกว่า 10% ส่วนโลตัสคาดเติบโตสอดคล้องกับ GDP และ CPI ของไทย พร้อมเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง ตั้งเป้าเปิแม็คโครในไทย 12 สาขา และต่างประเทศ 3-4 สาขา ด้านโลตัส คาดเปิดราว 168 สาขา พร้อมทุ่มงบลงทุนรวมกว่า 25,300 – 27,500 ล้านบาท พัฒนาธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกต่อเนื่อง


นางเสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์ ผู้รับผิดชอบสูงสุดในสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า ปี 2566 บริษัทคาดว่ายอดขายในส่วนของธุรกิจค้าส่ง (Wholesale) หรือแม็คโครจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปรับปรุงประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าถึงผู้ประกอบการ ทำให้ความสามารถในการจัดส่งสินค้าของบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า


ขณะที่ยอดขายของธุรกิจค้าปลีก (Retail) หรือโลตัสคาดว่าจะเติบโตสอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ (GDP) ที่ราว 3-4% และดัชนีราคาผู้บริโภคที่คาดว่าจะอยู่ในระดับประมาณ 6%


สำหรับแผนการขยายสาขาแม็คโครในปีนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดสาขาใหม่ในไทยจำนวน 12 สาขา แบ่งเป็น แม็คโคร ฟูดเซอร์วิส จำนวน 8 สาขา และแม็คโคร คลาสสิค จำนวน 4 สาขา ส่วนการขยายสาขาแม็คโครในต่างประเทศ บริษัทจะเน้นประเทศที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว คือ อินเดีย จีน เมียนมา และกัมพูชา โดยคาดว่าจะเปิดสาขาใหม่รวมประมาณ 4-6 สาขา 


ส่วนแผนการขยายสาขาโลตัส บริษัทมีแผนจะเปิดโลตัส ซุปเปอร์มาร์เก็ต ทั้งในไทยและมาเลเซียรวมกันประมาณ 10-14 สาขา ขณะที่โลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ต มีแผนจะเปิด 3-4 สาขา ซึ่งต้นปีที่ผ่านมาเปิดไปแล้ว 2 สาขา และโลตัส โกเฟรช มีแผนจะเปิดเพิ่มประมาณ 100-150 สาขา


ด้านงบลงทุน ในปีนี้บริษัทวางงบลงทุนรวมประมาณ 25,300 – 27,500 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ในธุรกิจค้าส่งหรือแม็คโคร ประมาณ 13,100 – 14,100 ล้านบาท แบ่งเป็น ขยายสาขาใหม่ 6,000 – 7,000 ล้านบาท พัฒนาศูนย์กระจายสินค้า 3,100 – 4,100 ล้านบาท รวมถึงพัฒนาธุรกิจใหม่และระบบไอที 4,000 ล้านบาท


และส่วนธุรกิจค้าปลีกหรือโลตัส 12,200 – 13,400 ล้านบาท แบ่งเป็น ขยายสาขาใหม่ 3,700 -4,100 ล้านบาท ปรับปรุงสาขาเดิม 2,000 -2,200 ล้านบาท พัฒนาระบบดิจิทัล 1,600 – 1,800 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกราว 4,900 - 5,300 ล้านบาท จะใช้ในส่วนของธุรกิจใหม่ การบำรุงรักษา และการประหยัดพลังงาน


ทั้งนี้ ฐานะการเงินของบริษัทยังแข็งแกร่ง โดยเดินหน้าลดต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ชำระคืนหนี้ในรูปของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐปรับลดลงมาอยู่ที่ 19% จากเดิมที่ 38% ของสัดส่วนหนี้ทั้งหมด รวมถึงทำให้สัดส่วนอัตราดอกเบี้ยลอยตัวปรับลดลงมาอยู่ที่ 50% จากเดิมที่อยู่ในระดับ 70%

ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
CNN เผยรายชื่อวิทยากรที่ตบเท้าเข้าร่วมงานเสวนาระดับโลก Global Perspectives: In Bangkok ที่จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
SET ปิดเช้าพุ่ง 21 จุด ทะลุ 1,600 จุด สำเร็จ! รับแรงหนุนกลุ่มโรงไฟฟ้า-สื่อสาร โบรกฯ มองหุ้นไทยมีดี แต่เริ่มแพง
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us