เจาะพื้นฐาน 4 หุ้นโรงพยาบาล ในวันที่ “ต่างชาติ” จะเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนธุรกิจ

ปัจจุบันสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ธุรกิจที่เคยได้รับผลกระทบก็ค่อยๆ ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ดีขึ้น รวมถึงธุรกิจที่เคยได้รับผลบวกชั่วคราวก็ค่อยๆ กลับสู่ภาวะปกติเช่นเดียวกัน ซึ่งธุรกิจโรงพยาบาล (รพ.) เป็นกลุ่มที่ได้รับปัจจัยบวกจากการรักษาผู้ป่วย Covid-19 แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น รายได้จากส่วนนี้จะค่อยๆ ลดลง และกลับสู่การเติบโตแบบปกติ ทำให้รพ.หลายแห่งมุ่งสร้างการเติบโตด้วยการขยายรพ.ใหม่ การเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ และการขยายไปยังธุรกิจใกล้เคียง เป็นต้น  


ดังนั้น Wealthy Thai ขอพานักลงทุนมาสำรวจแผนการดำเนินงานและกลยุทธ์สร้างการเติบโตของหุ้นโรงพยาบาล 4 หลักทรัพย์ คือ  BDMS, BH, BCH และ CHG ว่าหลังผ่านพ้นช่วง Covid-19 ไปแล้ว โรงพยาบาลมีแผนสร้างการเติบโตอย่างไรกันบ้าง


โดยนักวิเคราะห์จากบล.กรุงศรี ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 4/65 ของหุ้น BCH, BDMS, BH และ CHG สะท้อนภาวะปกติ โดยปรับตัวลดลง 30% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ Covid-19 ที่ลดลง แต่กำไรเพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสก่อนหน้า จากรายได้ของผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ช่วยชดเชยรายได้ Covid-19 ที่ลดลง ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์จึงคาดว่าการดําเนินงานของรพ.จะกลับเป็นปกติ และรายได้จะเคลื่อนไหวตามการระบาดของโรคประจําฤดู ซึ่งไตรมาส 3 จะเป็นไตรมาสที่สูงที่สุดของปี


ทั้งนี้ รพ.จะกลับมาเน้นการเติบโตของรายได้ โดยขยายรพ.ออกไปนอกพื้นที่ที่ดําเนินงานอยู่, ลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ร้านขายยา หรือ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ, การขยายศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทาง (COE) ในรพ.ใหม่ หรือเพิ่ม COE ในรพ.ในกลุ่ม, เพิ่มส่วนแบ่งตลาดในต่างประเทศและต่างจังหวัด รวมถึงเจาะตลาดในพื้นที่ใหม่ๆ ตลอดจนการจับมือกับพันธมิตร เช่น บริษัทประกัน, โรงแรม, บริษัทต่างๆ และโครงการควบคุมและลดต้นทุน


ขณะที่โอกาสช่วยสนับสนุนการเติบโตให้กับรพ.ก็มีมากมาย ทั้ง 1. รัฐบาลเปิดประมูลเพื่อพัฒนาและบริหารรพ.ปลวกแดง 2 โดย BDMS, BCH และ CHG สนใจเข้าร่วมประมูลโครงการนี้ ซึ่งจะประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลภายในกลางปี 2566,


2.สำนักงานประกันสังคมจะปรับค่าเหมาจ่ายรายหัวขึ้นเร็วๆ นี้ โดยจะมีผลย้อนหลังถึงวันที่ 1 .. 2566 จากการวิเคราะห์ความอ่อนไหว พบว่าการขึ้นค่าเหมาจ่ายทุก 1% จะทําให้กําไรสุทธิของ CHG เพิ่มขึ้น 0.9% และของ BCH เพิ่มขึ้น 0.5%


สำหรับกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตของ BDMS นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า บริษัทให้เป้าหมายรายได้ 3 ปีข้างหน้า (ปี 2566-2568) จะเติบโตเฉลี่ย 6-8% ต่อปี ซึ่งจะมาจาก 1. Organic Growth การเติบโตทั้งจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และผลของรายได้ต่อหัวที่สูงขึ้นจากการรักษาโรคที่ซับซ้อน,


2.กลยุทธ์ทางธุรกิจมีแผนเพิ่มรายได้จากธุรกิจใหม่ โดยขยายฐานลูกค้า Wellness & Residence สอดคล้องกับการที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุจากโครงการ BDMS Silver Wellness & Residence รวมถึงเริ่มส่งเสริมในส่วนของ health technology รองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี


และ 3. คาดจำนวนเตียงจดทะเบียนจะเพิ่มจากปี 2565 ที่ราว 8,500 เตียง เป็น 9,000 เตียง จากแผนในการเปิดรพ.ใหม่ในปี 2566 คือ รพ.พญาไทย ศรีราชา จำนวน 100 เตียง, รพ.พญาไทย 1 อีก 160 เตียง และ ปี 2567 รพ.สมิติเวท อินเตอร์เนชั่นแนล สำหรับเด็ก 102 เตียง


ขณะที่แนวโน้มปี 2566 คาดยังเห็นการเติบโตต่อเนื่อง โดยประมาณกำไรปกติที่ 13,999 ล้านบาท โต 11% จากปีก่อน โดยยังมองว่าจะยังเป็นการเติบโตจากกลุ่มคนไข้ปกติซึ่งมาจาก Pent up demand และจะรับผลบวกเต็มปีจากการฟื้นตัวของคนไข้ต่างชาติ หลังจากที่มีการเปิดประเทศ ซึ่งคาดว่าสัดส่วนคนไข้ต่างชาติจะปรับเพิ่มจากเฉลี่ย 23% ในปี 2565 เป็น 33%ใกล้เคียงกับช่วงก่อนวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 37.40 บาท


ส่วน BH นักวิเคราะห์จากบล.กรุงศรี พัฒนสิน ระบุว่า บริษัทเชื่อมั่นปี 2566 รายได้มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากฐานสูงในปีก่อน โดยมีปัจจัยบวกจากจำนวนผู้ใช้บริการเติบโต 8% ประกอบกับผลบวก Intensity ค่ารักษาโรคซับซ้อนสูงขึ้น และการปรับขึ้นค่ารักษา 4.6%


โดยกลยุทธ์ปี 2566 เน้นขยายตลาดต่างประเทศใหม่ๆ เช่น ซาอุดิอาระเบีย, เวียดนาม และบางประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางที่เคยใช้บริการแต่ยังกลับมาไม่มาก ส่วนลูกค้าชาวไทยให้ความสำคัญกับกลุ่มที่เน้นการรักษาโรคเฉพาะทางเชิงลึกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มี Intensity สูง


อย่างไรก็ตาม คาดว่าทิศทางกำไรปี 2566-2568 เติบโตเฉลี่ย 6% แผ่วลงจากปี 2565 หลัง Pent-up demand กลุ่มลูกค้าต่างชาติมีแนวโน้มกลับสู่ระดับปกติในช่วงก่อนเกิด Covid-19 ประกอบกับจำนวนเตียงที่ค่อนข้างน้อย ทำให้อาจมีอุปสรรคต่อการให้บริการในช่วงที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น และการเติบโตในระยะยาว รวมถึงการแข่งขันในกลุ่มรพ.ระดับบน คาดทำให้อัตรากำไรเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด แนะนำ เก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 230 บาท


ถัดมา BCH นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า แผนกลยุทธ์ 5 ปีข้างหน้า (2566-2570) บริษัทมีแผนขยายฐานลูกค้าทั้งกลุ่มเงินสด และกลุ่มประกันสังคม รวมถึงลูกค้าต่างชาติมากขึ้น ทั้งรูปแบบการสร้างรพ.ใหม่และ M&A ล่าสุด ประกาศเข้าซื้อที่ดินในจ.สมุทรปราการ เพื่อใช้ขยายกิจการรพ.แห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ เกษมราษฎร์ สุวรรณภูมิ ซึ่งถือว่าเป็นเขตที่ประชากรหนาแน่น คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2567 และเปิดให้บริการ ภายในปี 2569 ซึ่งมองเป็นบวกในระยะยาว ช่วยขยายฐานลูกค้า และใช้เป็นศูนย์ในการส่งตอผู้ป่วยมา รพ.หลักในเครือ ซึ่งจะหนุนการเติบโตของผลประกอบการ


ส่วนปี 2566 แม้คาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 2,202 ล้านบาท ลดลง 46% จากปีก่อน ชะลอตัวจากฐานที่สูง อย่างไรก็ตามหากเทียบผลประกอบการกับช่วงปี 2562-2563 ซึ่งเป็นช่วงก่อนจะมีผลกระทบ Covid-19 มองว่าฐานรายได้และกำไรของ BCH ยังเติบโตดีกว่าราว 40-50% ซึ่งมาจากทั้ง organic growth และ pent up demand รวมถึงฐานผู้ประกันตนโครงการประกันสังคมที่เพิ่มทะลุ 1 ล้านรายสูงสุดในกลุ่มรพ.เอกชน ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ ราคาเป้าหมาย 23.70 บาท


และสุดท้าย CHG นักวิเคราะห์จากบล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุว่า ปี 2566 บริษัทตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 8,000 ล้านบาท โต 20% จากปีก่อน ซึ่งจะมาจาก 4 ปัจจัย คือ 1. ศูนย์หัวใจ ซึ่งให้บริการอยู่ 4 แห่ง คือ รพ.จุฬารัตน์ 3 และอีก 3 ศูนย์หัวใจที่มี contract ลงทุนและเปิดให้บริการในรพ.ภาครัฐ คือ รพ.สิรินธร รพ.สุมทรปราการ และรพ.ระยอง,


2.เพิ่มกำลังการให้บริการและศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง โดยเพิ่มจำนวนเตียงที่ รพ.จุฬารัตน์ 304 อีก 59 เตียง, รพ. รวมแพทย์ฉะเชิงเทรา 71 เตียง, เปิดศูนย์การแพทย์จุฬารัตน์ จำนวน 50 เตียง, เปิดรพ. จุฬารัตน์ แม่สอด อินเตอร์เนชั่นแนล


3.เพิ่มรายได้ลูกค้าชาวต่างชาติ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ 4% ซึ่งเป็นลูกค้าชาวตะวันออกกลาง และ CLMV และ 4. เพิ่มรายได้จากการรับจ้างบริหารรพ.ภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันมี 2 แห่งคือ ศูนย์การแพทย์เกาะล้านและรพ.เมืองพัทยา โดยรวมคาดกำไรปี 2566 จะอยู่ที่ 1,406 ล้านบาท ลดลง 49.4% ก่อนที่จะฟื้นตัวราว 20% ในปี 2567 ทั้งนี้ ราคาสะท้อนรายได้ Covid-19 ที่หายไปแล้ว แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 4.20 บาท


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SET เสี่ยงพักฐานช่วงสั้น AI-OPEC กดดันตลาด แนะเลี่ยงหุ้นอิงปัจจัยต่างประเทศ ชูแบงก์-โรงพยาบาล-ท่องเที่ยวเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
CNN เผยรายชื่อวิทยากรที่ตบเท้าเข้าร่วมงานเสวนาระดับโลก Global Perspectives: In Bangkok ที่จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us