Official Update :

BTS กำไรสุทธิปี 63/64 ลดลง 43% หลังธุรกิจได้รับผลกระทบจากโควิด

นายรังสิน กฤตลักษณ์ กรรมการบริหารและผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ  บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดปี 63/64 ( 1มิ.ย.63-30 พ.ค.64) บริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 4,576 ล้านบาท ลดลง 43.9% หรือ 3,585 ล้านบาทจากปีก่อน


โดยส่วนใหญ่มาจากส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น โดยไม่มีการบันทึกกำไรจากการขายเบย์วอเตอร์ โดยบีทีเอส กรุ๊ป ซึ่งถูกบันทึกไปแล้วในปี 2562/63 และผลการดำเนินงานที่ปรับตัวลดลงในธุรกิจ MIX และธุรกิจ MATCH ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19


อย่างไรก็ตาม การลดลงของกำไรสุทธิบางส่วนถูกชดเชยด้วย การเพิ่มขึ้นของผลการดำเนินงานจากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงปัจจัยหลักมาจารการเปิดให้บริการส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยรับ อีกทั้งการบันทึกกำไรสุทธิจากการขายที่ดินที่ธนาซิตี้โดยบีทีเอส กรุ๊ป ในปี 2563/64


ทั้งนี้ อัตรากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในปี 2563/64 คือ 10.8% เมื่อเทียบกับ 18.4% ในปี 2562/63 โดยการลดลงของอัตรากำไรสุทธิส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วม รวมถึงผลการดำเนินงานที่ปรับตัวลดลงในธุรกิจ MIX และธุรกิจ MATCHซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19


สำหรับรายได้งวดปี 63/64 บริษัทมีรายได้รวมจากการดำเนินงานต่อเนื่อง จำนวน 42,379 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการเติบโตที่ทรงตัว 0.3% หรือเพิ่มขึ้น 137 ล้านบาท  จาก 42,242 ล้านบาท ในปี 2562/63 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกำไรจากการขายที่ดินที่ธนาซิตี้จำนวน 1,979 ล้านบาท และกำไรจากตราสารทางการเงิน จำนวน 848 ล้านบาท ประกอบกับมีรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น จำนวน 533 ล้านบาท


นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการบริการและการขาย จำนวน 243 ล้านบาท อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นของรายได้รวมถูกลดทอนบางส่วนด้วยกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่ลดลง จำนวน 2,883 ล้านบาทและกำไรลดลงของรายได้จากการให้บริการรับเหมา



สำหรับมุมมองผู้บริหาร

มองว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของโลก รวมทั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ได้กระตุ้นให้บริษัทฯ คิดค้นกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งนับจากนี้ไป เราพร้อมแล้วที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างไร้ชอบเขต พร้อมกับการแบ่งปันการเข้าถึงแพลตฟอร์มของหน่วยธุรกิจต่างๆ แก่กลุ่มบริษัทและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเสริมสร้งการเติบโตของเราต่อไปในอีก 10 ปีข้างหน้า ภายใต้กลยุทธ์ใหม่ของเรา 'กลยุทธ์3M' ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจ MOVE, MIX และ MATCH ซึ่งเราจะใช้และต่อยอดเครือข่าย MOVE และ MIX ที่อยู่ในแพลตฟอร์มของเรานั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายและมุมมองต่อหน่วยธุรกิจต่างๆ


โดยธุรกิจ MOVE ส่วนระบบขนส่งมวลชนทางราง (rail business) มีพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เราจึงคาดว่าจะยังคงสามารถรับรู้รายได้จากการดำเนินงานจำนวนมากในปี 2564/65 โดยคาดการณ์รายได้จากงานการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง จำนวน 14,000 ล้านบาท


ขณะเดียวกันคาดการณ์รายได้จากการให้บริการติดตั้งงานระบบและการจัดหารถไฟฟ้าขบวนใหม่สำหรับโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียว จำนวน 1,000 ล้านบาท ตามความคืบหน้าของงานที่เหลืออยู่ คาดการณ์ดอกเบี้ยรับเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้า จำนวน 3,300 ล้านบาท และคาดการณ์รายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง จำนวน6,300 ล้านบาท จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวฝั่งเหนือเต็มสายเมื่อเดือนธันวาคม 2563


ทั้งนี้ ความคืบหน้าของการก่อสร้างโครงการรถฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง ณ เดือนเมษายน 2564 สำเร็จไปแล้วกว่า 759 โดยเรายังคงคาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการหนึ่งในสองโครงการดังกล่าวในช่วงปลายปี 2564 และเปิดให้บริการครบทุกสถานีทั้งสองสายภายในปี 2565 ในส่วนของธุรกิจ MOVE ที่นอกเหนือจากระบบขนส่งมวลชนทางราง (non-rail business) นั้น บริษัท ฯ อยู่ในช่วงจัดทำแผนแม่บทโครงการสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาเพื่อส่งมอบแก่ สกพอ. ในช่วงกลางปี 2564


ในขณะที่โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (M6 และ M81) คาดว่าจะลงนามสัญญาได้ภายในช่วงกลางปี 2564 นี้เช่นกัน ทั้งนี้ เราคาดว่าภายในปี 2568 เครือข่าย MOVEของเราจะสามารถเข้าถึงผู้โดยสารได้ 3 ล้านคนต่อวัน เพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้โดยสาร 8 แสนคนต่อวันในปี 2563 (ระดับก่อนเกิดโรคโควิด-19)


สำหรับธุรกิจ MIX นั้น วีจีไอ ได้คาดการณ์รายได้สำหรับปี 2564/65 จำนวน 3,500 - 4,000 ล้านบาท และคาดการณ์อัตรากำไรสุทธิประมาณ 15 - 25%อย่างไรก็ตาม จากการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่เมื่อเดือนเมษายน 2564 วีจีไอจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงสร้างเสถียรภาพทางการเงินและเพิ่มสภาพคล่องของวีจีไอ เพื่อพร้อมรับมือและสามารถดำเนินการเชิงรกต่อสถานการณ์ที่คับขันได้ วีจีไอเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อสถานการณ์ปรับตัวดีขึ้น จะสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้เสีย


ภายใต้ธุรกิจ MATCH ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ยู ชิตี้ ได้อนุมัติการจำหน่ายทรัพย์สินและการเพิ่มทุนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางโครงสร้างเงินทุนของยู ชิตื้ ต่อมาในวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 การเพิ่มทุนได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นด้วยยอดการจองจำนวน 22.5 ล้านหุ้น


โดยเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุน จำนวน 15.7 พันล้านบาท จะถูกนำไปใช้เพื่อการชำระหนี้ และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรต่อไป ทั้งนี้ เงินจากการเพิ่มทุนดังกล่าว ยังไม่รวมเงินที่จะคาดว่าจะได้รับอีก 4.4 พันล้านบาท ที่อยู่ในระหว่างการจำหน่ายทรัพย์สินที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของยู ชิตี้ โดยเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนและการจำหน่ายทรัพย์สินในครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิลงเหลือประมาณ 0.1 เท่า


สุดท้ายนี้ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ฯ อนุมัติให้บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลประจำปี 2563/64 งวดสุดท้ายจำนวนไม่เกิน 2,106.9 ล้านบาท หรือจำนวนหุ้นละ 0.16บาท และกำหนดจ่ายเงินผลในเดือนสิงหาคม 2564 ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2564

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us