ตลาดหุ้นไทยกำลังมีปัจจัยบวก 3 เดือนนี้นาทีทอง เหมาะกับการเข้าซื้อ
คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนเมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด ให้มุมมองว่า แนวโน้มการลงทุนในช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ (มิ.ย.-ส.ค.) ถือเป็นช่วงที่ดีของตลาดหุ้น ดังนั้นจึงมองว่าควรจะเป็นจังหวะที่นักลงทุนควรหาโอกาสในการเลือกลงทุน โดยขณะนี้มีปัจจัยบวกทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เข้ามาช่วยสนับสนุนภาพของการลงทุน
ถึงแม้ว่าปัจจัยในประเทศจะมีข่าวลบเรื่องของตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อโควิด19 ที่เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นประเด็นลบเดิมที่มีอยู่ และยังไม่มีข่าวลบอื่นๆเข้ามาแทรก ขณะเดียวกันปัจจัยบวกในประเทศคือมีความคืบหน้าของการทยอยฉีดวัคซีนที่มากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากในช่วงต้นเดือนพ.ค.มีการฉีดวัคซีนเพียง 2 แสนราย แต่ในขณะเดียวกันช่วงปลายเดือนพ.ค.มียอดการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นเป็นระดับ 2 ล้านราย และในเดือนมิ.ย.นี้คาดว่าจะมียอดการฉีดที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ จึงทำให้มีโอกาสที่จะเห็นการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจของไทยครึ่งในช่วงไตรมาส 3/64 ซึ่งมีตัวแปรที่สำคัญจะก่อนหน้านี้ตัวเลขการส่งออกของไทยฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนจากการที่เศรษฐกิจทั่วโลกเติบโตขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อมีการกระจายฉีดวัคซีนแล้วจะส่งผลให้กำลังซื้อและเศรษฐกิจในประเทศพลิกกลับมาเป็นบวก
ขณะที่ปัจจัยจากภายนอกเอง โดยเฉพาะหุ้นทั่วโลกกำลังจะฟื้นตัวขึ้น เพราะเริ่มคลายความกังวลตัวเลขภาวะเงินเฝ้อของสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องติดตามตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐในวันศุกร์ที่ 4 มิ.ย.64 ส่วนที่ยุโรปเริ่มทยอยเปิดเมืองกลับเข้าสู่สถานการณ์เกือบจะปกติ สำหรับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียมีโอกาสที่กระแสเงินทุนจะไหลเข้า เพราะเศรษฐกิจของเอเชียจะเข้าสู่จุดสูงสุดในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งโดยรวมแล้วปัจจัยภายนอกเป็นบวกเอื้อต่อการลงทุน
“ถ้าไปย้อนดูในอดีตที่ผ่านมาช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค.ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดของตลาดหุ้นอยู่แล้ว เพราะในช่วงเดือนพ.ค.ในครึ่งเดือนแรกเกิดภาวะ sell in may แต่ในครึ่งปีหลังเริ่มฟื้นกลับมา ขณะที่เดือนมิ.ย.ถือว่าจะมีแรงซื้อเข้ามาจริงๆ ดัชนีแนวต้านจะอยู่ที่ 1,650 จุด หุ้นกลุ่มแบงก์ 3 แบงก์ใหญ่ราคาถูก และหุ้นโรงพยาบาลจะได้ประโยชน์ รวมถึงกลุ่มขนส่งอย่าง BEMและ AOT”
