Pfizer เมื่อ “ยารักษาโรคมะเร็ง” อาจเป็นความหวังฟื้นธุรกิจ
หากพูดชื่อ Pfizer (PFE.US) หลายน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตยาที่ใหญ่ที่สุดของโลก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัคซีน Covid-19 รวมถึงยาที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในวงการแพทย์อย่างมาก เช่น Lipitor (Atorvastatin) ยาลดคอเลสเตอรอลที่, Fluconazole ยาต้านเชื้อรา และ Celebrex ยาแก้ปวด เป็นต้น
หากย้อนไปช่วง 3-4 ปีก่อนหน้าที่ Covid-19 ระบาดอย่างรุนแรง ทำให้ความต้องการวัคซีนพุ่งสูง สร้างรายได้มหาศาลให้กับบริษัท แต่ปัจจุบันสินค้าเหล่านี้ไม่ได้เป็นที่ต้องการแล้ว ทำให้ Pfizer ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ซึ่งดูเหมือนการมุ่งไปยังตลาดยารักษาโรคมะเร็งและยาลดความอ้วนจะมีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง
โดย Pfizer ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้นประจำปี 2567 อยู่ที่ 2.15 - 2.35 ดอลลาร์สหรัฐ หลังงบไตรมาส 1/67 ออกมาสูงกว่าคาด จากยอดขาย Paxlovid และการลดต้นทุน รวมถึงมีแรงหนุนจากยอดขายยา Padcev สำหรับมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อกิจการซีเจน (Seagen) ซึ่งเป็นบริษัทยาในสหรัฐ
ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า ในปี 2567 ประเมิน Pfizer มีแนวโน้มฟื้นตัวดี จากแนวโน้มการปรับประมาณการขึ้นและความเชื่อมั่นของบริษัทต่อการฟื้นตัว ประกอบกับการเติบโตยังได้ประโยชน์จากฐานต่ำในปีก่อน ซึ่งมีส่วนช่วยให้กำไรกลับมาเป็นบวกในปีนี้ได้
ขณะเดียวกัน Pfizer ยังมีแผนการลดต้นทุนที่คาดช่วยให้มาร์จิ้นขยายตัวได้ดีขึ้น รวมถึงการเข้าสู่ตลาดยารักษาโรคอ้วนรูปแบบเม็ด (danug lipron) โดยคาดว่าจะมีข้อมูลทางคลินิกในช่วงกลางปี โดยผู้บริหารเห็นศักยภาพที่จะผลักดันให้ยานี้เข้าสู่การศึกษาวิจัยระยะที่ 3 เพื่อขอขึ้นทะเบียนยา ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นบริษัทรายที่สองที่เสนอยาเม็ดรักษาโรคอ้วนในตลาดต่อจาก LLY (Orforglipron)
อีกทั้ง Pfizer ยังมีแผนมุ่งเน้นไปที่มะเร็งวิทยา โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมากที่เป็นประเภทมะเร็งที่พบบ่อย โดยล่าสุดมีการเข้าซื้อกิจการ Seagen ซึ่งจะมีส่วนช่วยขยายการเติบโตในตลาดมะเร็ง และขยายสายผลิตภัณฑ์มะเร็งใหม่ๆ เช่น Antibod y-Drug Conjugates (ADCs) สำหรับมะเร็งเต้านม
นอกจากนี้เทคโนโลยีใหม่อย่าง CDK4 inhibitor ก็อยู่ในช่วงพัฒนา คาดจะช่วยหนุนการเติบโตในอนาคต ประกอบกับการเติบโตของยาที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Covid-19 มีแนวโน้มฟื้นตัวดีในช่วงครึ่งหลังของปี 2567
สำหรับระยะยาว ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า Pfizer มีความน่าสนใจ 1. จากการเป็นผู้นำในตลาดยาซึ่งส่งผลดีต่อการวิจัย พัฒนา และการรับรู้แบรนด์, 2. แบรนด์แกร่งซึ่งมีส่วนเพิ่มความเชื่อมั่นลูกค้าและมี Pricing power ที่ดี, 3. ศักยภาพในการวิจัยและพัฒนา (R&D), 4. มีเครือข่ายการผลิตและจัดจำหน่ายทั่วโลกขนาดใหญ่ซึ่งมีส่วนช่วยในการขยายฐานลูกค้า และ 5. มีฐานะทางการเงินแกร่ง
ขณะที่มูลค่าหุ้น Pfizer ในปัจจุบันถือว่าน่าสนใจ โดย P/E ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 11.4 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 17.5 เท่า ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำลงทุนเพื่อคาดหวังภาพการฟื้นตัวที่ดีในปี 2567 จากทั้งสินค้าใหม่และการ turn around ของกำไร ด้าน Bloomberg ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 32.1 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมี Upside จากราคาปัจจุบัน

