คุยกับ ซีอีโอ “ORI” กับจุดเด่นหุ้นครบเครื่อง
หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีประเด็นให้ต้องติดตามกันอีกครั้งอย่าง ล่าสุดสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (EIA) มีแนวคิดจะปรับเกณฑ์เงื่อนไข EIA ใหม่ ที่ห้ามก่อสร้างตึกสูงบังลม บังแดด ซึ่งจะเปิดรับฟังความคิดเห็น 18 มิ.ย.นี้นั้น
ทีมข่าว Wealthy Thai ได้ต่อสายตรงไปยังหนึ่งในหุ้นอสังหาริมทรัพย์อย่าง ORI หรือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมตามแนวสถานีขนส่งมวลชนระบบรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริการจัดหาผู้เช่าห้องชุด และบริการรับจ้างบริหารโครงการนิติบุคคลอาคารชุดแก่โครงการที่บริษัทเป็นผู้พัฒนาเท่านั้น
โดยนายพีระพงศ์ จรูญเอก ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ORI บอกกับเราว่า ประเด็นดังกล่าว จริงๆแล้วยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษา โดยทาง EIA ยังอยู่ในขั้นตอนพูดคุย อย่างไรก็ตามมองว่า ไม่น่าจะแย่เหมือนกับกระแสข่าวที่ออกมา
ขณะที่จากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยล่าสุดมีการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นายพีระพงศ์ มองว่า จะส่งผลดีต่อการเข้าเยี่ยมชมโครงการ ทั้งการเปิดพรีเซล์ ซึ่งโดยปกติการเปิดพรีเซล์จะมีลูกค้าเข้ามาจองคิวกันจำนวนมาก จึงคาดบรรยากาศแบบนี้จะกลับมาในช่วงปลายปี ถึงต้นปี
ทั้งนี้นับจากต้นปี 64 ถึงเดือนล่าสุดมียอดขายแล้วกว่า 13,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงการคอนโดมิเนียมราว 65% และบ้านจัดสรรประมาณ 35% โดยโครงการที่เปิดจำหน่ายอยู่ปัจจุบันเป็นโครงการใหม่ราวกว่า 30% และโครงการเก่ากว่า60% ซึ่งบริษัทยังคงเน้นขายโครงการเก่า เนื่องจากโครงการใหม่ยังเปิดขายโครงการใหญ่ไม่ได้
สำหรับปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) รวมประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ไปอีก 3 ปีนับจากปี 2564 โดยปี 2564 วางเป้ายอดโอนรวมประมาณ 12,800 ล้านบาท ขณะที่เป้าหมายได้ปี 2564 วางไว้ที่ระดับ วางเป้าหมายรายได้แตะระดับ 14,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ในปี 2564 มีแผนเปิดโครงการใหม่รวม 20 โครงการ มูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็นครึ่งแรกของปี 2564 เปิดโครงการใหม่ราว 8 โครงการ และครึ่งหลังปี 2564 มีแผนเปิดราว 12 โครงการ โดยส่วนใหญ่โครงการใหม่นี้จะเปิดจำนวนมากในช่วงไตรมาส 4/64
ขณะที่ทิศทางแนวโน้มผลประกอบการงวดไตรมาส 2/64 บริษัทยังสามารถทำยอดขาย และยอดโอนได้ดี อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าปี 2564 ช่วงไตรมาส 2 จะหนักสุด แต่ทิศทางของ ORI ยังอยู่ในระดับเดียวกันกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา จึงถือว่าไม่กระทบมากนักเหมือนกับรายอื่นๆ หรือภาพรวมของตลาด
สำหรับจุดเด่นของ ORI คือการเติมจุดขายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Business Model ใหม่ๆ ทั้งกลุ่มบริการสุขภาพ (Healthcare) รวมถึง hotel service ทำคอนโดมิเนียม หรือหมู่บ้านจัดสรรที่มีบริการระดับโรงแรม ซึ่งบริษัทมีแผนเพิ่มเข้ามาทุกปี ทำให้สินค้าบริษัทเข้าไปแก้ Pain Point ให้กับลูกค้า ซึ่งบริษัทจะไม่ใช่แค่การขายบ้านและคอนโดมิเนียมแล้ว แต่จะขายทั้ง service solution เป็นต้น
“ORI ถือเป็น Growth Stock ที่ให้ทั้ง dividend สูงมาก อยู่ในทั้ง SET100 และSETHD ที่รองรับการลงทุนได้ทั้ง 2 ประเภท โดยในแต่ละปีบริษัทวางเป้าการเติบโตเฉลี่ย 15-20%ต่อปี และยังสามารถมี dividend ได้สูงถึงปีละประมาณ 6% กว่า ถือว่าเป็นหุ้นที่ครบเครื่อง”นายพีระพงศ์ กล่าว
