หุ้นแบงก์-ไฟแนนซ์ร่วงไม่เลิก กูรูชี้เป็นจังหวะเข้าซื้อ 3 หุ้นใหญ่

ความเคลื่อนหุ้นในกลุ่มการเงินธนาคารพาณิชย์ และไฟแนนซ์วันนี้ (16 มิ.ย.64) ปรับตัวลดลง สวนดัชนีที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในแดนบวกกว่า 5% ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขาย 4 หมื่นล้านบาท โดยหุ้นที่ผลักดันตลาดให้ปรับเพิ่มขึ้นเป็นกลุ่มหุ้น Global Play เช่น PTT ,PTTEP ,IVL,PTTGC


เพราะหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมทีมเศรษฐกิจ และสั่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทบทวนอัตราดอกเบี้ย บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อจำนำทะเบียน 


โดยมี 5 แผนแก้หนี้ ทั้งกยส. - สินเชื่อรายย่อย - รถ - บัตรเครดิต เช่น 1. ไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สิน เช่น หนี้ กยศ. หนี้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หนี้สหกรณ์ 2. ลดภาระดอกเบี้ยของประชาชน ทั้งในส่วนสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ และนาโนไฟแนนซ์สำหรับประชาชน


3.ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ของครูและข้าราชการ รวมถึงสหกรณ์ ปรับรูปแบบการชำระหนี้ รวมถึงปรับลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ไม่จำเป็น 4. ยกระดับการกำกับดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) คุ้มครองความเป็นธรรมให้ประชาชนที่เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ธปท. ทบทวนเพดานอัตราดอกเบี้ยและการกำกับดูแลบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อจำนำทะเบียน โดยกำกับดูแลไม่ให้การบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อของสถาบันการเงิน/สหกรณ์สร้างภาระแก่ผู้กู้จนเกินสมควร


5.เพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุนให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนามย่อม (SMEs) เช่น จัดให้มีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับ SME ที่เป็น NPLs เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ การเพิ่มจำนวนโรงรับจำนำและโรงรับจำนอง


โดยคุณชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า จากประเด็นดังกล่าวมองว่ามีผลกระทบในช่วงสั้นจากปัจจัยที่ยังมีความไม่ชัดเจนของมาตรการที่จะช่วยเหลือ ซึ่งในด้านของเพดานอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันนั้น ในส่วนของบัตรเครดิตอยู่ที่ 16% สินเชื่อส่วนบุคคลอยู่ที่ 25% และสินเชื่อจำนำทะเบียนอยู่ที่ 24%


โดยธนาคารที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อประเภทนี้มากที่สุดคือ KTB ซึ่งมีสัดส่วน 24% เป็นสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อข้าราชการ ซึ่งจะกระทบเยอะที่สุด และตามมาด้วย TISCO ที่สินเชื่อจำนวนทะเบียนอยู่ที่ 15% ของพอร์ต และ BAY ที่มีสินเชื่อจำนวนทะเบียนอยู่ที่ 10% ของพอร์ตโดยรวม


แต่อย่างไรก็ตามสินเชื่อบัตรเครดิตจะมีน้ำหนักต่อการปรับลดเพดานในครั้งนี้ เพราะปัจจุบันมีอัตราการเก็บดอกเบี้ยใกล้เคียงกับเพดานที่ระบุไว้ที่ 16% โดยในส่วนของสินเชื่ออื่นๆมีการเก็บดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเพดานที่กำหนดไว้จึงคาดว่าจะมีผลกระทบไม่มากเท่าที่ควร


ดังนั้นจะสรุปได้ว่าภาพล่าสุดเป็นแค่ sentiment เชิงลบเพียงเท่านั้นเพราะขาดความชัดเจนของมาตการต่างๆที่จะเกิดขึ้น แต่ถ้ามองเพดานดอกเบี้ยแล้วผู้ที่จะกระทบมากที่สุดคืออัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตหากมีการประกาศใช้มาตรการดังกล่าวจริง


ส่วนกลยุทธ์การลงทุนมองว่าถ้าเป็นภาพแบบนี้จะส่งผลต่อประมาณการกำไรแบบจำกัด เพราะว่าสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อจำนวนทะเบียน ปัจจุบันเก็บดอกเบี้ยต่ำกว่าเพดานอยู่แล้ว มีแต่สินเชื่อบัตรเครดิตเท่านั้นที่จะกระทบแต่ยังคงมีความไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตามหากมองภาพใหญ่คือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการกระจายวัคซีน จะส่งผลต่อคุณภาพของสินทรัพย์ และการตั้งสำรองยังมีทิศทางในแบบที่ประเมิน เพราะฉะนั้นหากราคาหุ้นในกลุ่มการเงินปรับตัวลงมาขณะนี้ก็เป็นจังหวะที่ควรจะเข้าซื้อ โดยเลือก KBANK มูลค่าเหมาะสม 155 บาท BBL มูลค่าเหมาะสม 154 บาท และ TISCO มูลค่าพื้นฐาน 102 บาท

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
ส่องมุมมองนักวิเคราะห์ SET ครึ่งปีหลังดีหรือแย่? เป้าดัชนี 1,600-1,700 จุด เป็นไปได้แค่ไหน พร้อมโผหุ้นเด่น-ธีมลงทุนที่ต้องจับตาต่อจากนี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“DAOL-GTECH” กระจายลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาวรับ “โลกยุคดิจิทัล” !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“ยกระดับ” ศักยภาพของ “ห่วงโซ่อุปทาน”... ด้วย “การปรับปรุง” กระบวนการดำเนินงาน เพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” การผลิต !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SET ปิดเช้าพุ่ง 21 จุด ทะลุ 1,600 จุด สำเร็จ! รับแรงหนุนกลุ่มโรงไฟฟ้า-สื่อสาร โบรกฯ มองหุ้นไทยมีดี แต่เริ่มแพง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us