หุ้นไทยโดนพิษโควิดเล่นงาน โบรกฯชี้แนวรับสำคัญ 1,540 จุด
เชื่อว่าเช้าวันอาทิตย์เป็นวันหยุดที่นักลงทุนในตลาดหุ้นไทย คงจะงงกันอยู่ว่าเมื่อคืนมีเหตุการณ์อะไร รัฐบาลประกาศมาตรการอะไรออกมายามดึกขนาดนั้น แต่แล้วก็ได้ข้อสรุปว่า เป็นมาตรการที่ประกาศ (ไม่ใช่) ล็อคดาวน์กรุงเทพ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา มีผลวันนี้ (28 มิ.ย.)
โดยรายละเอียดสรุปตามนี้ 1. ปิดแคมป์ก่อสร้างเป็นระยะเวลา 30 วัน 2.การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้น 3. ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดดำเนินการได้ถึงเวลา 21.00 น.งดการให้บริการพื้นที่โรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ สวนน้ำ พื้นที่นั่งรับประทานในศูนย์อาหาร และเพิ่มระยะห่างระหว่างบุคคลในพื้นที่พักคอย เพิ่มประสิทธิภาพของระบบหมุนเวียนอากาศ
4.โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุมหรือสถานที่จัดนิทรรศการ ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ โดยให้งดกิจกรรมจัดการประชุม การสัมมนา และการจัดเลี้ยง 5. ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 20 คน เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
อย่างไรไม่เพียงแค่มาตรการดังกล่าวที่ประกาศออกมา แต่หากดูตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด19 ประจำวันนี้ ยอดตัวเลขทำนิวไฮที่ระดับ 5,406 คน ซึ่งถือว่าเป็นยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันที่มากที่สุดของประเทศไทย ขณะเดียวกันยังมีความกังวลต่อการกระจายเชื้อไวรัสสายพันธ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะสายพันธ์เดลต้า และสายพันธ์แอฟริกา
ดังนั้นจึงส่งผลให้ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงเปิดทำการซื้อขายวันนี้ หลังจากที่เริ่มเปิดทำการซื้อขายตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงที่ระดับ 1,570 จุด หรือลดลง 11.83% และจากนั้นปรับตัวลดลงต่ำสุดเพิ่มเติมที่ระดับ 1,565 จุด ลดลง 17.36% ซึ่งถือว่าหลุดแนวรับสำคัญที่ 1,570 จุด
ด้านนายภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวรับสำคัญของดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันนี้หากปรับตัวลดลงแรกแนวรับสำคัญแรกที่ระดับ 1,570 จุดไปแล้วนั้น แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ระดับ 1,550 จุด และ 1,540 จุด ซึ่งหากดัชนีปรับตัวอยู่ในระดับดังกล่าว ถือเป็นจังหวะที่นักลงทุนสามารถทยอยซื้อได้บางส่วน เพราะว่าปรับฐานลงมาจากระดับ 1,640 จุดในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำให้ติดตามสถานการณ์รายวันของสถานการณ์โควิด19 ซึ่งหากตัวเลขอัตราผู้ติดเชื้อยังคงอยู่ในระดับสูงก็แนะนำระมัดระวังในการลงทุน แต่หากตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่เริ่มดีขึ้น และหากดัชนีปรับลดลงมาที่ระดับ 1,540 จุด ก็เป็นแนวรับที่น่าสนใจเข้าลงทุน
สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ คือกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวลดลงมาจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นเปิดเมือง ซึ่งหากสถานการณ์คลายตัว ก็จะส่งผลให้หุ้นในกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะรีบาวด์ได้ เช่น CPN,CRC,BEM,BTS,MAJOR หรือว่ากลุ่มธนาคารก็ถือเป็นกลุ่มที่เชื่อมโยงกับโควิดโดยตรง ซึ่งหากจะลงทุนในช่วงสถานกาณ์นี้แนะนำลงทุนในกลุ่ม Defensive เช่น ADVANC,DIF
ทั้งนี้คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยยังปรับตัวลงและออกด้านข้างในลักษณะแบบนี้ไปอีกอย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วสถานการณ์ต่อจากนั้นน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ผ่านในช่วง 2 สัปดาห์ไปแล้ว ส่วนสถานการณ์อื่นที่ต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐ ถ้าตัวเลขออกมากกว่าที่คาดอาจจะทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานลง ดังนั้นจึงทำให้ประเมินแนวต้านสำคัญไว้ที่ระดับ 1,600 จุด
ด้านฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ประเมินผลกระทบแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ คาดจะทำให้อนาคตน่าจะลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้ แต่ในช่วงไตรมาส 3/64 จะกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และ ตลาดหุ้น และสร้าง Downside คือ
1.เศรษฐกิจไทย ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินว่า จะทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจในงวดไตรมาส 3/64 ชะลอตัวลง และส่งผลให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในงวดไตรมาส 3/64 เช่น ยิ่งใช้ยิ่งได้ และคนละครึ่งเฟส 3 มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง เพราะช่องทางการใช้จ่ายของประชาชนจะถูกจำกัดมากขึ้น และอาจการเพิ่มความท้าทายต่อแผนการเปิดประเทศภายใน 120 วันของรัฐได้เช่นกัน โดยประเมิน 10 จังหวัดที่ Lockdown ข้างต้นมีสัดส่วน GDP รวมกันราว 49.2% ของทั้งประเทศ เบื้องต้น พบว่าการ Lockdown จะกระทบต่อ GDP รวมทั้งประเทศประมาณ 1.52%
ทั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลให้ GDP ไทยไตรมาส 2/64 และไตรมาส 3/64 ชะลอตัวลงในและมีโอกาสติดลบทั้งจากไตรมาสก่อน และลดลงจากปีก่อน ก่อนที่จะไปฟื้นงวดไตรมาส4/64 เนื่องจากฐานงวดไตรมาส 3/63 ที่ค่อนข้างสูง แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า GDP น่าจะไม่ชะลอไปมากเท่าปี 63 เนื่องจากในปีนี้ภาคส่งออกที่มีแนวโน้มฟื้น ธปท. คาดขยายตัวทั้งปี 64 ที่ 17% อาจมาช่วยหักล้างการชะลอตัวลงของ GDP ปี 64 ได้ในบางส่วน
