ถ้าไม่มี DELTA ดัชนี SET จะเป็นอย่างไร?
ด้วยราคาหุ้นที่ปรับขึ้นสูงผลักดันให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของ DELTA ณ วันที่ 8 ม.ค. 63 อยู่ที่ 895,620 ล้านบาท ใหญ่เป็น 3 ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเป็นรองเพียง AOT ซึ่งอยู่ในดับ 2 และ PTT ซึ่งอยู่ในอันดับ 1 เท่านั้น
ทั้งนี้ หุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่มักส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีเสมอ โดยเฉพาะ DELTA ที่มีสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยต่ำ เมื่อราคาหุ้นปรับขึ้นสูงย่อมส่งผลให้ดัชนี SET Index และ SET50 เคลื่อนไหวอย่างผิดปกติ แต่ในทางกลับกันหากไม่มี DELTA เข้ามาคำนวณด้วย ภาพรวมของดัชนี SET Index และ SET50 จะเป็นอย่างไร
เรื่องนี้ คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้มุมมองว่า ราคาหุ้น DELTA วันศุกร์ที่ผ่านมา (8 ม.ค. 63) ปิดตลาดที่ระดับ 718.00 บาท ทำให้มูลค่า Market Cap อยู่ที่ 895,620ล้านบาท ทำจุดสูงสุดใหม่จากราคาปิดตลาด แม้ระหว่างวันตลาดหลักทรัพย์ฯ จะออกมาแถลงว่ากำลังพิจารณามาตรการควบคุมหุ้นที่มีสัดส่วนของนักลงทุนรายย่อยต่ำแต่มีการเปลี่ยนแปลงของมาร์เก็ตแคปมากผิดปกติก็ตาม
ซึ่งหากมีมาตรการดังกล่าวออกมาจริง หุ้นที่มีสัดส่วนของนักลงทุนรายย่อยต่ำก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย โดยมองว่าหุ้นที่สัดส่วนของนักลงทุนรายย่อย 30% ขึ้นไปจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่ระดับต่ำกว่า 30% อาจต้องระมัดระวัง ซึ่งต้องรอติดตามความชัดเจนของมาตรการอีกครั้ง
หุ้นที่มีสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยต่ำ
(ที่มา : Facebook ประกิต สิริวัฒนเกตุ)
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีมาตรการออกมาเพื่อควบคุมหุ้น และมีการเข้าบัญชี cash balance แต่ราคาหุ้น DELTA ก็ยังไปต่อได้ ซึ่งทำให้เกิดปัญหา เพราะปัจจุบัน DELTA เป็นหุ้นที่ถูกคำนวณในดัชนี SET50 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น DELTA ทำให้ภาพรวมของดัชนี SET50 เคลื่อนไหวอย่างผิดปกติ โดยเฉลี่ยทุกๆ 1% ของราคาหุ้นที่เคลื่อนไหวจะส่งผลต่อดัชนีถึง 0.07 จุด ดังนั้นวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา ราคาหุ้น DELTA เพิ่มขึ้นเกือบ 20-30% ส่งผลให้ดัชนี SET50 ได้ประโยชน์จากกรณีนี้เกือบ 20 จุด
หากมีคำนวณ DELTA เข้าไปจะส่งผลให้ภาพรวมของดัชนี SET50 จะติดลบราว 1% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ที่ดัชนียังติดลบ 13% หรือฟื้นตัวขึ้นมากว่า 12% แต่จริงๆ แล้วหากตัด DELTA ออกจากการคำนวณดัชนี SET50 ปัจจุบันจะติดลบประมาณ 9% หรือฟื้นตัวขึ้นมาได้เพียง 4% เท่านั้น เพราะฉะนั้นหุ้นหลายๆ ตัวในดัชนี SET50 ราคายัง Laggard และมีอัพไซด์อยู่ สามารถเข้าไปซื้อเพิ่มได้ รวมถึงยังมีหุ้นบางตัวที่กระแสเงินทุนยังไม่ได้ไหลเข้ามา หรือ Laggard Flow เช่น ADVANC
“ปัจจุบันมาร์เก็ตแคปของ DELTAทำจุดสูงสุดใหม่เกือบแตะ 900,000 ล้านบาท หาก SET Index ไม่มี DELTA เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2562 เมื่อรวมกับผลกระทบจาก Covid-19 เราก็ยังติดลบอยู่ราวๆ 4% ซึ่งหุ้นไทยส่วนใหญ่ยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นจากปีที่แล้วเลย ส่วนผลตอบแทนของปี 2563 รวมกับปัจจุบันก็ยังติดลบอยู่หากตัด DELTA ออกไป ขณะที่ดัชนี SET50 หากไม่นับ DELTA เข้ามาคำนวณผลตอบแทนยังติดลบอยู่ราวๆ 7% แต่หากนำ DELTA เข้ามาคำนวณ ผลตอบแทนตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบันจะอยู่ที่ 0% หากไม่มี DELTA ส่วนต่างตรงนี้จะห่างกันประมาณ -5% ถึง -6% ” คุณประกิตกล่าว
