DELTA crash landing ดิ่งเท่าไหร่ถ้าต้องลงไปราคาเป้าหมาย
เหมือนเกมใกล้จะจบแล้ว(หรือเปล่า) สำหรับหุ้น DELTA ที่สร้างอภินิหารราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 1,000% ทะยานจาก 27 บาท ขึ้นไปทำสถิติสูงสุดที่ 838 บาท ความหอมหวานของผลตอบแทนทำให้หลายคนอยากจะเข้าไปเคาะออเดอร์ซักครั้ง แต่ในอีกด้านหนึ่งของยอดเขาที่สูงชันก็มีหุบเหวที่น่ากลัว
วันนี้ WEATHY THAI เลยของนำเสนอข้อมูลอีกด้าน โดยอ้างอิงจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ ที่ให้ราคาที่เหมาะสมกับหุ้น DELTA ที่ผ่านมาว่าหากราคาหุ้นDELTA ต้องกลับไปอยู่ในจุดนั้นจะสร้างความเสียหายให้กับพอร์ตลงทุนเท่าไหร่

IAA เตือนหุ้น DELTA สุดอันตราย
ความโหดร้ายของหุ้น DELTA ถ้าต้องร่วงลงมาอาจจะสร้างผลกระทบที่หนักหนาสาหัส ทำให้หลายคนต้องออกมาเตือน โดย คุณไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมคมนักวิเคราะห์การลงทุน หรือ IAA ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจผ่าน facebook ส่วนตัวว่า ลงทุนในหุ้น DELTA ควรศึกษาปัจจัยพื้นฐานให้รอบคอบ
หุ้น DELTA ขยับขึ้นร้อนแรงเกือบ 1,000% ในปีนี้ และมากกว่า 200% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
DELTA หรือ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทลูกของ DELTA Electronics (Taiwan) ซึ่งถือหุ้นใน DELTA มากกว่า 70%
DELTA ประกอบธุรกิจผลิตและให้บริการออกแบบธุรกิจโซลูชั่นส์สำหรับการจัดการพลังงานและการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทมีความเชี่ยวชาญทางด้านการผลิต Power supply เป็นหลัก
สาเหตุที่หุ้น DELTA ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา คาดว่ามาจากประเด็นหลักๆ 3 ประเด็น คือ
1.ผลประกอบการที่เติบโตแข็งแกร่งหลังจากทำจุดสูงสุดใหม่ในช่วงสองไตรมาสที่ผ่านมา โดยไตรมาสสอง มีกำไรสุทธิ 2,021 ล้านบาท (+132% YoY) และไตรมาสสาม มีกำไรสุทธิ 2,642 ล้านบาท (+327%YoY )
2.แนวโน้มอุตสาหกรรม Electric Vehicle ในหลายๆประเทศที่สดใสจากนโยบายการสนับสนุนต่างๆของรัฐบาลทั่วโลก คาดว่าจะช่วยสร้างรายให้บริษัทอย่างมากในอนาคตเนื่องจาก DELTA เป็นผู้ผลิตสินค้าจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับ EV เช่น เครื่องชาร์จที่ติดตั้งในตัวรถ (On board Charger), Fans และ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (Charging station)
3.การที่ DELTA ถูกนำเข้าไปคำนวนในดัชนีต่างๆได้แก่ MSCI (มีผล 21 ธ.ค.) และ SET50 (มีผลต้นปี 2564) จากการที่มีมูลค่าตลาดและสภาพคล่องผ่านเกณฑ์ต่างๆ มีผลดึงดูดเม็ดเงินลงทุนของกองทุนต่างชาติให้เข้าลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนจากสัดส่วนการถือหุ้นโดยนักลงทุนต่างประเทศที่สูงถึง 96-97% ในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 10 เท่าตัวของ DELTA ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่สูงหลายพันล้าน ทำให้ปัจจุบันค่า Forward P/E อ้างอิงจาก Bloomberg consensus ในปี 2564-65 สูงถึง 89.1-79.0 เท่า เทียบกับ DELTA ไต้หวันที่เป็นบริษัทแม่ที่ซื่อขายอยู่ที่ 22.4-19.4 เท่า นั้นดูจะสูงเกินไปมาก
มูลค่าตลาด (Market Cap) ของ DELTA ยังสูงถึง 6.98 แสนล้านบาท ใกล้เคียงบริษัทแม่ DELTA ไต้หวันที่ 7.09 แสนล้านบาท ทั้งที่กำไรสุทธิของบริษัทแม่ มากกว่าของ DELTA เกือบ 4 เท่า
ประมาณการกำไรสุทธิของ DELTA อ้างอิง Bloomberg consensus ในปี 2564 อยู่ที่ 7,741-9,571 ล้านบาท (เฉลี่ย 8,178 ล้านบาท) ปี 2565 อยู่ที่ 8,723-11,103 ล้านบาท (เฉลี่ย 9,395 ล้านบาท) ซึ่งคิดเป็นเพียง 26% ของ DELTA ไต้หวันที่ในปี 2564 อยู่ที่ 25,411-37,497 ล้านบาท (เฉลี่ย 31,244 ล้านบาท) ในปี 2565 อยู่ที่ 29,670-43,528 ล้านบาท (เฉลี่ย 36,487 ล้านบาท)
ราคาเหมาะสม (Target Price) ของ DELTA อ้างอิง Bloomberg consensus จากบริษัทหลักทรัพย์ 10 แห่งประเมินไว้ที่ 150-263 บาท (เฉลี่ย 191.2 บาท) ตำ่กับราคาหุ้นปัจจุบันของ DELTA ที่ 560 บาท เกือบ 65%
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หุ้น DELTA ร้อนแรงเกินพื้นฐานอย่างมาก น่าจะเป็นเพราะระดับ Free Float (FF) ของบริษัทที่ต่ำมาก
จากข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ บริษัทมี FF ที่ 22.35% ถึงแม้ตัวเลขนี้จะดูไม่ต่ำมาก แต่ถ้าหักผู้ถือหุ้นอันดับ 5-7 ที่มีการถือหุ้นอยู่ที่ 4.39-4.83% (ซึ่งน่าจะเป็นการถือระยะยาว แต่ตลาดฯ นับส่วนนี้เป็น FF เพราะใช้เกณฑ์ Strategic Shareholders ที่ 5%) ออกไปจะทำให้ FF ที่แท้จริงนั้นเหลือเพียง 8.52% เท่านั้น
โดยธรรมชาติ ราคาหุ้นของบริษัทที่มี Free Float ต่ำๆ อาจไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานของตัวบริษัทเสมอไป เนื่องจากหุ้นที่ซื้อขายในตลาดมีจำนวนน้อย จึงอาจถูกบิดเบือนราคาได้ง่ายในช่วงที่มีข่าวดีและมีแรงซื้อเข้ามามากๆ
การลงทุนในหุ้นที่มี Free Float ต่ำและราคาเคลื่อนไหวร้อนแรง จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลปัจจัยพื้นฐานอย่างรอบคอบ และระมัดระวังเป็นพิเศษ
