BCPG ได้สัญญาเพิ่ม 600 MW ปูทางขายไฟฟ้าเข้าเวียดนาม
ประกาศข่าวดีออกมา อย่างต่อเนื่องสำหรับ BPCG หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นกู้แปลงสภาพ กับ บริษัท VRB Energy Inc (VRB) ในวงเงิน 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกลุ่ม วีอาร์บี เอนเนอร์ยี่ (VRB Energy) ผู้คิดค้นนวัตกรรมสีเขียวชั้นนำของโลกที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจวิจัย ผลิตและติดตั้งแบตเตอรี่ประเภทวานาเดียมรีดอกซ์โฟลว์ และล่าสุดได้ประกาศความสำคัญในการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าขนาดใหญ่
โดยนายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เปิดเผย ว่า บริษัท Impact Energy Asia Development Limited (IEAD) ซึ่ง BCPG ถือหุ้น 45% (เป็นบริษัทจดทะเบียนที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง) อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ขนาดกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ ที่แขวงเซกองและแขวงอัตตะปือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานสีเขียวผ่านสายส่งขนาด 500 กิโลโวลต์ ไปยังเมืองดานังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
โดยล่าสุด (12 ก.ค.64) ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement:PPA) กับ Vietnam Electricity (EVN) เรียบร้อยแล้ว โดยมีอายุสัญญา 25 ปี นับจากวันที่เปิดดำเนินการซื้อขายเชิงพาณิชย์ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในวันที่ 31 ธ.ค.68 อัตรารับซื้อไฟฟ้า 0.0695 เหรียญสหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง (US/kWh)
คุณบัณฑิต กล่าวต่อว่า ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่พัฒนาโดยคนไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการ ในนามกลุ่มอิมแพค เอนเนอร์ยี่ กรุ๊ป ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท อิมแพค อิเลคตรอนส์ สยาม จำกัด (Impact Electrons Siam Company Limited – IES)
ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ได้รู้จักกับ IES เราชื่นชมในความคิดริเริ่ม และแนวทางการทำงานของ IES โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาโครงการนี้มาตั้งแต่เริ่มต้น ในฐานะหุ้นส่วนที่ใกล้ชิด บีซีพีจี ขอแสดงความยินดีกับ IEAD ในการก้าวสู่ความสำเร็จครั้งสำคัญ และมั่นใจว่าโครงการ มอนสูน จะสร้างคุณประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสร้างความยั่งยืนให้กับโลกของเรา
ทั้งนี้การไฟฟ้าแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (EVN) และ บริษัท อิมแพค เอนเนอร์ยี่ เอเซีย ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (Impact Energy Asia Development Limited - IEAD) ร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม “โครงการ มอนสูน” ขนาด 600 เมกะวัตต์ ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นระยะเวลา 25 ปี เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นทำให้โครงการ มอนสูน เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งแรกที่มีการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน ระหว่าง สปป.ลาว และเวียดนาม ผ่านสายส่งขนาด 500 กิโลโวลต์ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี 65 และเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 68
โครงการ มอนสูน เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียวครอบคลุมพื้นที่ในแขวงเซกองและอัตตะปือ ทางตอนใต้ของ สปป.ลาว จะเป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาดส่งไปยังเมืองดานัง เมืองท่าสำคัญของเวียดนามกลางตอนใต้ เพื่อรองรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจของเวียดนาม รวมทั้งช่วยสร้างสมดุลด้านอุปสงค์และอุปทานให้กับโครงข่ายไฟฟ้าในเวียดนาม โดยเฉพาะในฤดูแล้งซึ่งเป็นช่วงที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ หรือ เขื่อน ผลิตกระแสไฟฟ้าได้น้อย และยังมีส่วนช่วยผลักดันเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ของทั่วโลก ภายในปี 2050 โดยพลังงานสะอาดที่ผลิตได้ตลอดอายุของโครงการ มอนสูน คาดว่ามีปริมาณเทียบเท่ากับการลดก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 35 ล้านตัน
ทั้งนี้ IEAD ได้เริ่มพัฒนาโครงการ มอนสูน ซึ่งตั้งอยู่ในแขวงเซกองและอัตตะปือ ทางตอนใต้ของ สปป.ลาว มาตั้งแต่ปี 55 ยังมีงานอีกมากมายที่ต้องดำเนินการให้สำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จที่แสดงถึงความร่วมมือฉันมิตรระหว่างลาว เวียดนาม ญี่ปุ่น และไทย เพื่อมุ่งสู่ภารกิจสำคัญในระดับโลก คือ บรรลุการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) เราเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และการมุ่งมั่นสร้างความสุขและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน
โครงการ มอนสูน ได้สะท้อนถึงความสมบูรณ์ของแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติของ สปป.ลาว ที่มีความสำคัญต่อภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะ พลังงานลม ที่เอื้อต่อการผลิตพลังงานสะอาดและมีความเสถียร ที่สามารถหล่อเลี้ยงการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับเวียดนาม และประเทศเพื่อนบ้าน
สำหรับ IEAD เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท อิมแพค วินด์ อินเวสเม้นท์ จำกัด และ บีพีซีจี โดยถือหุ้นร้อยละ 55 และ45 ตามลำดับ ทั้งนี้ บริษัท อิมแพค วินด์ อินเวสเม้นท์ จำกัด มีผู้ถือหุ้น 2 บริษัท คือ บริษัท ไดมอนด์ เยนเนอเรติ้ง เอเซีย จำกัด (Diamond Generating Asia Limited) เป็นบริษัทในเครือของ มิตซูบิชิ คอร์เปอเรชั่น (Mitsubishi Corporation) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ถือหุ้นร้อยละ 43 และบริษัทในเครือของ IES ซึ่งเป็นผู้พัฒนาพลังงานทดแทนระดับภูมิภาคของเอกชนไทย ถือหุ้นร้อยละ 57
