หุ้นไทยรีบาวด์ตามเทคนิค โบรกฯ เตือนให้ระวังแรงขาย
ดัชนีความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ (13 ก.ค.64) ในช่วงครึ่งเช้าปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นไปกว่า 18 จุด และเปิดมาในช่วงบ่ายดัชนีตลาดหุ้นไทยยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสามารถยืนได้ในระดับ 1,568 จุด เพิ่มขึ้น 18.75 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.21% โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นการปรับเพิ่มขึ้นตามสัญญาณทางเทคนิค หลังจากที่วานนี้ตลาดหุ้นไทยลดลงแรงจากการที่กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ปรับตัวลดลง เช่น PTTGC ที่โดนแรงขายจากความกังวลเรื่องเพิ่มทุน
โดยนายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน-กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน จำกัด เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นขณะนี้เป็นเพราะการเก็งกำไรในช่วงสั้นตามการลงทุนจิตวิทยาตามตลาดหุ้นต่างประเทศ ประกอบกับตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด19 รายใหม่ของไทยยังทรงตัว รวมถึงมีการเก็งกำไรจากมติที่ประชุม ครม.เกี่ยวกับมาตรการเยียวยา
ขณะเดียวกันภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่าย นักลงทุนควรจะต้องระวังแรงบวกที่จะลดลงในช่วงบ่าย โดยเฉพาะในกลุ่ม TIP (ไทย,ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เพราะต้องเผชิญกับปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด19 ที่มีผลกระทบต่อฐานะทางการคลัง และสถานการณ์เศรษฐกิจ) หลังจากที่ ฟิตช์ เรตติ้ง ได้ปรับลดเครดิตเรทติ้งของฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มที่จะเป็น Negative จากเดิมที่ Stable
ส่วนแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบ ประเมินแนวรับที่ระดับ 1,540 จุด และแนวต้านที่ระดับ 1,570 จุด โดยกลยุทธ์การลงทุนแนะนำหุ้นที่ยังได้รับประโยชน์จากการส่งออก และค่าเงินบาทอ่อนค่า เช่น KCE,HANA,ASIAN,PM และ SAPPE
ด้านนายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า สาเหตุที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพราะ วานนี้หุ้นขนาดใหญ่ เช่น PTTGC ที่เมื่อวานปรับตัวลดลงแรงจากความกังวลการเข้าไปซื้อกิจการ ซึ่งตลาดมีความกังวลว่าอาจจะต้องเพิ่มทุน ทำให้ราคาหุ้นลงแรง รวมถึงการทำให้หุ้นในกลุ่มปิโตรเคมีตัวอื่นๆปรับลดลงด้วยเช่นกัน
แต่ขณะเดียวกันมีความชัดเจนว่าทาง PTTGC ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน จึงส่งผลให้ราคาหุ้นดีดตัวกลับมา และส่งผลให้หุ้นในกลุ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นกลุ่มหุ้นที่ช่วยหนุนดัชนีฟื้นตัวกลับมาแรง
อย่างไรก็ตามจะต้องติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐว่าจะออกมาในทิศทางอย่างไร หากออกมาเยอะกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4.9% ก็อาจจะส่งในแนวลบต่อตลาดได้ แต่หากออกมาน้อยกว่าที่คาด ก็จะสามารถตีความในเชิงบวกได้ว่าความกังวลที่เฟดจะปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้
สำหรับแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้คาดว่าจะยังคงแกว่งตัวออกข้าง โดยประเมินแนวรับไว้ที่ระดับ 1,535 จุดและแนวรับถัดไปที่ระดับ 1,510 จุด และวางแนวต้านไว้ที่ 1,585 จุด อย่างไรก็ตามจะต้องรอดูสถานการณ์ยอดติดเชื้อในประเทศ หลังจากที่ภาครัฐอนุญาตให้ใช้ชุดด้วย Rapid antigen test ซึ่งอาจจะส่งผลให้มียอดผู้ติดเชื้อที่เร่งตัวขึ้น แต่ในภาพระยะยาวจะช่วยให้การติดเชื้อมีตัวเลขถึงจุดพีคได้เร็วขึ้น และจากนั้นจะทยอยลดลงตามมาตรการป้องกันที่ออกมา
