STECH เทรดวันแรกทะยาน 27.34% เดินหน้าประมูลงานรัฐ 1.8 แสนล้าน
ถึงคิวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันแรกของหุ้น STECH หรือ บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงรายใหญ่ โดยเปิดตลาดที่ราคา 3.54 บาท เพิ่มขึ้น 0.76 บาท หรือเพิ่มขึ้น 27.34% จากราคาไอพีโอที่ 2.78 บาท
นายวัฒน์ชัย มงคลศรีสวัสดิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH กล่าวว่า พอใจกับราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเงินที่ได้รับจากการระดมทุนประมาณ 550 ล้านบาท (หลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง) บริษัทจะนำไปใช้ขยายธุรกิจเสาคอนกรีตอัดแรงประมาณ 298 ล้านบาท ได้แก่ โครงการก่อสร้างโรงงานใหม่ที่จังหวัดชลบุรี สาขา 2 ประมาณ 58 ล้านบาท ภายในปี 2564 โครงการขยายกำลังการผลิตโรงงานดอนพุด 45 ล้านบาท ภายในปี 2565 โครงการก่อสร้างโรงงานใหม่ที่จังหวัดมุกดาหาร ประมาณ 80 ล้านบาท ภายในปี 2566 โครงการซื้อรถขนส่งผลิตภัณฑ์คอนกรีต 50 ล้านบาท ภายในปี 2564 และโครงการซื้อเครื่องกดกันสั่นสะเทือน 65 ล้านบาท ภายในปี 2564
นอกจากนี้ จะใช้สำหรับโครงการพัฒนาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต 10 ล้านบาท และชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นประเภทตั๋วสัญญาใช้เงินจากสถาบันการเงิน 220 ล้านบาท รวมถึงเป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจในปีนี้ 22 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หลังการชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน คาดว่าภาระดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทจะลดลง และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) จะปรับลงมาอยู่ที่ 0.7- 0.8 เท่า จากไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 1.4 เท่า
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2564 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ตามการขยายตัวของงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยบริษัทมีโรงงานคอนกรีตอัดแรง 9 แห่ง และเตรียมขยายโรงงานใหม่ 2 แห่ง รวมทั้งเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานเดิม ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำลังผลิตเพิ่ม 30% สามารถรองรับงานโครงสร้างพื้นฐานที่จะเปิดประมูลใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
โดยบริษัทมีแผนจะเข้าประมูลงานใหม่ของภาครัฐมูลค่ารวมประมาณ 180,000 ล้านบาท คาดหวังจะได้รับงานประมาณ 20-25% ขณะที่งานภาคเอกชน หากสถานการณ์ Covid-19 ดีขึ้น คาดว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ฯ จะกลับมาเปิดโครงการใหม่อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพยายามรักษาระดับงานในมือ (Backlog) ให้อยู่ที่ประมาณ 900-1,000 ล้านบาท
“การล็อกดาวน์พื้นที่ 13 จังหวัด ส่งผลกระทบต่อบริษัทบางส่วน เฉพาะโรงงานที่อยู่ในพื้นที่เท่านั้น แต่บริษัทมีโรงงานกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานไม่ได้รับผลกระทบ โดยบริษัทแก้ไขปัญหาด้วยแกการเดินเครื่องผลิตต่อเนื่อง หากลูกค้ามีพื้นที่หน้างาน บริษัทจะนำเสาคอนกรีตไปส่งมอบไว้ก่อน หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายจะเพิ่มเครื่องจักรในการดำเนินงาน โดยคาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะรับรู้ในไตรมาส 3/64” นายวัฒน์ชัย กล่าว
