ส่องแนวโน้มธุรกิจ COTTO หลังไตรมาส 2 กำไรโต 328%

COTTO มีรายได้จากการขายไตรมาส 2/64 จำนวน 2,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวด 177  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 328%  ยอมรับโควิดอาจทำให้ผลประกอบการไตรมาส 3/64 ลดลง 10% แต่บริษัทมีการปรับตัวทั้งความคุมกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับดีมานด์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เน้นควบคุมการผลิตอย่างเข้มข้น รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆให้ดีกว่าแผนที่วางไว้ แต่เชื่อทั้งปี 64 ยอดขายยังมีสัญญาณที่เป็นบวก


นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 2/2564 มีรายได้จากการขาย 2,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวด 177  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 328%  โดยในไตรมาสนี้บริษัทยังคงสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการบริหารและการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตได้ดีอย่างต่อเนื่องจึงทำให้ผลประกอบการใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ โดยผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 5,613 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทสามารถทำกำไรสำหรับงวดได้ 364 ล้านบาท โดย เพิ่มขึ้น 119% ใกล้เคียงที่คาดการณ์ไว้


แม้ว่าราคาก๊าซธรรมชาติจะปรับตัวสูงขึ้นมากแต่ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรายังสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตให้เป็นไปตามแผนงานได้ สำหรับยอดขายไตรมาสนี้และในครึ่งปีแรกจะเห็นได้ว่าสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนมากแม้ว่าการระบาดของ COVID-19 จะมีความรุนแรงมากกว่าปีที่แล้ว  แต่เนื่องจากในปีนี้ช่องทางจัดจำหน่ายที่สำคัญ โดยเฉพาะโมเดิร์นเทรดและร้านผู้แทนจำหน่ายขนาดใหญ่ ยังสามารถเปิดดำเนินการได้ตามปกติจึงทำให้ยอดขายในตลาดระดับกลาง-ล่างยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้  อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงทั้งลาวและกัมพูชา ตลอดจนสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมาร์ ส่งผลให้ยอดขายในส่วนของตลาดต่างประเทศลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน” นายนำพล กล่าว


ขณะที่ทิศทางแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/64 ยอมรับว่าจะไม่เติบโตเท่าไตรมาส 2/64 เนื่องจากมีการระบาดของโควิด-19 ทำให้มีมาตรการล็อกดาวน์ จึงคาดหวังการเติบโตได้ยาก และไตรมาส 3/63 เป็นไตรมาสแรกที่ประเทศเริ่มฟื้นตัวจากล็อกดาวน์จึงเป็นไตรมาสที่ทำได้ดี ดังนั้นจึงคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3/64 คาดจะลดลง 10% (แบบบวกลบ) จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


สำหรับการระบาดของ COVID-19 ถือเป็นผลกระทบในวงกว้าง และกระทบทุกอุตสาหกรรม  แต่บริษัทมีการปรับตัวทั้งความคุมกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับดีมานด์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เน้นควบคุมการผลิตอย่างเข้มข้น รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆให้ดีกว่าแผนที่วางไว้


ทั้งนี้ตลาดค่อนข้างผันผวน เพราะCOVID-19 รอบใหม่ที่ยังระบาดอย่างต่อเนื่อง และกระจายตัว แต่ในมุมมอง COTTO เชื่อว่าจากที่ดำเนินการมาในช่วงครึ่งแรก รวมทั้งจากแผนที่ดำเนินการมา และแม้ตลาดไตรมาส 3-4/64 ค่อนข้างประมาณการได้ยาก จึงเชื่อว่าสัญญาณที่เป็นบวกในแง่ของยอดขายในปี 2564 แต่ยังประมาณการค่อนข้างยาก เพราะคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3/64 ได้รับผลกระทบแน่นอน อย่างไรก็ตามหากจบเร็วหรือความเชื่อมั่นกลับมาเร็วขึ้นทำให้ไตรมาส 4/64  จะกลับมาในระดับที่ดีขึ้น หรือทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน


โดยภาวะตลาดในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ คาดว่าผลกระทบของการระบาดของ COVID-19 จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้าและมีความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคในภาพรวมยังไม่ฟื้น เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ค่อนข้างมากจากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งจากความยืดเยื้อของการระบาด และการกลายพันธุ์ของไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในประเทศ แผนการเปิดประเทศ การปิดกิจการ และการเลิกจ้างแรงงาน


ล่าสุด การแพร่ระบาดของ COVID-19 รอบใหม่ที่กระจายตัวไปยังแคมป์ก่อสร้างมีผลกระทบเพิ่มเติมทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนแรงงานด้วย ส่วนแนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์น่าจะมีการชะลอโครงการใหม่และหันมาเร่งการโอนในปัจจุบันให้เร็วขึ้น ซึ่งภาครัฐอาจจะช่วยกระตุ้นได้ด้วยมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจ  มาตรการฟื้นฟูการสร้างรายได้ให้ประชาชน และเร่งฉีดวัคซีนป้องกันให้ครอบคลุมจำนวนมากที่สุด


อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มที่จะชะลอตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าแต่สำหรับตลาดสร้างซ่อมตกแต่งต่อเติมเห็นว่ามีแนวโน้มที่ยังไปต่อได้โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ผู้คนต่างก็มีประสบการณ์ที่ต้องเก็บตัวอยู่ในที่พักอาศัยเป็นระยะเวลานาน กระตุ้นให้เกิดความต้องการที่จะปรับปรุงและเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ดังนั้น บริษัทฯ จึงเร่งออกสินค้านวัตกรรมในกลุ่ม Health and Clean อย่างต่อเนื่อง โดยมั่นใจว่าหลังจากสถานการณ์ฯ คลี่คลายลง จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญและใส่ใจในเรื่องสุขภาพ

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”