4 ภารกิจเร่งด่วนครม. “อนุทิน” หุ้นกลุ่มไหนได้ - เสียประโยชน์?
ถือเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ได้ประกาศ 4 ภารกิจด่วน ที่รัฐบาลชุดใหม่นี้จะเร่งดำเนินการทันที โดยเน้นความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชน ได้แก่
1.ปัญหาเศรษฐกิจ - ลดรายจ่ายของประชาชน ทั้งค่าครองชีพ ค่าพลังงาน ค่าเดินทาง และค่าขนส่งต่าง ๆ พร้อมแก้ปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับประชาชนและชุมชนฐานราก
2.ความมั่นคง - เร่งจัดการสถานการณ์พิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา ด้วยแนวทางสันติ แต่ยืนยันว่า “จะไม่เสียดินแดนแม้แต่ตารางเซนติเมตรเดียว” พร้อมดูแลชดเชยผู้ได้รับผลกระทบทุกรายอย่างทันท่วงที
3.ภัยธรรมชาติ - พัฒนาระบบเตือนภัย ระบบป้องกัน และการเยียวยาแบบสมเหตุสมผลและเป็นธรรม รวมถึงจัดการชดเชยความเสียหายให้ประชาชนอย่างรวดเร็ว
4.ภัยสังคม - ปราบปรามการค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ สแกมเมอร์ และการพนัน รวมถึงการพนันออนไลน์อย่างจริงจัง โดยร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรเพื่อกำจัดภัยเหล่านี้
โดยประเด็นนี้ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองเป็นบวกต่อ SET Index โดยเฉพาะการเร่งเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ ช่วยหนุนรายได้ประชาชน รวมถึงการลงทุนของภาครัฐ โดยประเมินหุ้นที่มีโอกาส outperform มากสุด ได้แก่ CPAXT, CPALL, KTB, OSP, CBG, STECON ทั้งนี้ ได้ list หุ้นที่ได้ประโยชน์จากภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ดังนี้
1.โครงการคนละครึ่ง - จะได้ประโยชน์โดยตรงจากการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน ผ่านโครงการ "คนละครึ่ง" และการลดค่าครองชีพ จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้ดีขึ้น โดยหุ้นที่จะได้ประโยชน์ ได้แก่ CPAXT, CPALL, GLOBAL, DOHOME, KTB (แอปเป๋าตัง)
2.กลุ่มอาหาร-เครื่องดื่ม - การเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน จะส่งผลให้การบริโภคสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น โดยหุ้นที่จะได้ประโยชน์ ได้แก่ OSP, CBG, SNNP, SAPPE
3.กลุ่มท่องเที่ยว - ส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยหุ้นที่จะได้ประโยชน์ ได้แก่ ERW, CENTEL, AAV
4.กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง - การลงทุนโครงการก่อสร้างภาครัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยหุ้นที่จะได้ประโยชน์ ได้แก่ STECON, CK
5.กลุ่มไอซีที - การปราบปรามภัยสังคมออนไลน์ ทำให้มีความต้องการลงทุนด้าน Digital ID, Cyber Security, Data Center โดยหุ้นที่จะได้ประโยชน์ ได้แก่ ADVANC, TRUE, BBIK
อย่างไรก็ดี เมื่อมีหุ้นที่ได้ประโยชน์ ก็ย่อมมีหุ้นที่เสียประโยชน์จากประเด็นนี้ โดย บล.ดาโอ คาดว่ากลุ่มที่อาจเป็นลบ ได้แก่ กลุ่มไฟฟ้า จากนโยบายลดค่าครองชีพผ่านการลดต้นทุนพลังงาน อย่างไรก็ตาม แนวโน้มค่าไฟยังเป็นขาลงจากราคา LNG ที่ลดลง และว่าที่รัฐมนตรีพลังงานเคยทำงานในอุตสาหกรรมพลังงานมาก่อน มีความเข้าใจอุตสาหกรรมเป็นอย่างดี คาดว่าการแทรกแซงค่าไฟฟ้าจะไม่มากไปกว่าปัจจุบัน
สำหรับภาพรวมของดัชนี บล.ดาโอ คาดว่ามีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นจากการได้นายกฯ และเก็งในเรื่องมาตรการเศรษฐกิจ รวมไปถึงการยุบสภาฯ โดยประเมินกรอบ SET Index สัปดาห์นี้ไว้ที่ 1250-1300 จุด

