แกะรอย STAR หุ้นสุดร้อน จาก2 เดือนบวกเกิน100 % สู่การแขวน NCและอาจต้องออกจาก mai

หุ้นกลาง - หุ้นเล็ก กำลังถูกนิยมอย่างมากในภาวะตอนนี้ ด้วยการเคลื่อนไหวที่หวือหวามาก  ราคาหุ้นบางตัวปรับตัวขึ้นลงมากกว่า 50%  ทำให้นักลงทุนที่ชื่นชอบความตื่นเต้นในหัวใจมักจะเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรเสมอ และหนึ่งในหุ้นที่ถูกพูดถึงมากก่อนหน้านี้ คือ หุ้น STAR หรือ บริษัท สตาร์ ยูนิเวอร์แซล เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน)


ความน่าสนใจของหุ้น STAR เข้าตานักลงทุนอย่างจัง ด้วยขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่ใหญ่มากไม่ถึงพันล้านบาท แถมมีความเคลื่อนไหวที่หวือหวา ทำให้ราคาหุ้นพุ่งแรงจากก้นเหวที่ 1.74 บาท ในวันที่ 14 พ.ค. 2564 ทำจุดสูงสุดที่ 4.06 บาท ในวันที่ 13 ก.ค. หรือราคาหุ้นขึ้นไปกว่า 133% แต่สุดท้ายต้องฝันสลาย เพราะหุ้นถูกพักการซื้อขายตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. พร้อมมีความเสี่ยงที่จะถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์



STAR คือใคร

ก่อนอื่นต้องย้อนหลังข้อมูลเกี่ยวกับหุ้น STAR พวกเขาแจ้งว่าทำธุรกิจรีไซเคิล จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง วิศวกรรมบริการ และสื่อโฆษณาโดยมากลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ


บริษัท อีเอสทีโฮลดิ้งส์ จำกัด                ถือหุ้นอันดับ 1                   49 ล้านหุ้น     หรือคิดเป็น  18.41%

บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน)          ถือหุ้นอันดับที่ 2                 18.9 ล้านหุ้น  หรือคิดเป็น  6.98 %

นส. ยุวดี วชิรปภา                            ถือหุ้นอันดับที่ 3                 15.8 ล้านหุ้น   หรือคิดเป็น  5.85%


ผลงาน 3 ปีย้อนหลัง หรือระหว่าง 2561 – 2563  พวกเขาขาดทุนมาโดยตลอด ก่อนที่จะเริ่มส่งสัญญาณผิดปกติ เมื่อหุ้นSTAR ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP ครั้งแรกในวันที่ 18 พ.ค. เนื่องด้วยบริษัทมีการส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ที่ล่าช้ากว่ากำหนด  ซึ่งในระหว่างนั้นได้เกิดเหตุการณ์ คณะกรรมการ รวมถึง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาออกหลายครั้ง ก่อนที่พวกเขาจะส่งงบอีกครั้งในวันที่ 25 พ.ค. ผลออกมาพวกเขาขาดทุน 9.5 ล้านบาท ก่อนที่ตลาดหลักทรัพย์จะปลดเครื่องหมาย SP ในวันที่ 27 พ.ค. และนั้น คือจุดเริ่มต้นของการปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ของ STAR


โดยราคาหุ้นของ STAR ในวันที่ 27 พ.ค. อยู่ที่ 2.07 บาท ก่อนจะถูกแรงซื้อเข้ามาแบบถาโถม ไปทำจุดสูงสุดที่ 4.06 บาท ในวันที่ 13 ก.ค ข้ามมาที่ฝั่งของบริษัทยังสาระวนกับการแก้ปัญหา


วันที่  27 พ.ค. บริษัทแจ้งความคืบหน้าว่า ได้รับเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการอื่น 2 รายการ จำนวน 202 ล้านบาท และ 93 ล้านบาท


วันที่ 11 มิ.ย. แจ้งการแก้ไขปัญหา การถูกขึ้นเครื่องหมาย C เพราะ บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่าร้อย ละ 50 ของทุนชําระแล้ว


โดยชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหา ด้วยการเข้าลงทุนซื้อหุ้นสามัญในสิทธิ อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศลาว จำนวน 2 แสนหุ้น คิดเป็น 40% ของหุ้นทั้งหมด และเพิ่มทุนให้กัน 2 ราย 70 ล้านหุ้น คิดเป็นจำนวน 49 ล้านบาท เพื่อแลกกับค่าหุ้นของสิทธิอินเตอร์ 



ตลาดจี้ถามก่อนแขวน
SP

ก่อนวันที่  3 ส.ค. ตลาดหลักทรัพย์ mai จะแจ้งเตือนกับนักลงทุนให้ศึกษาข้อมูล เนื่องจาก บริษัทแจ้งว่าปัจจุบัน บริษัทหยุดดำเนินธุรกิจจำหน่ายและให้บริการงานด้านวิศวกรรมสื่อและประชาสัมพันธ์ ตู้กาแฟหยอดเหรียญ คงเหลือธุรกิจการผลิต Content คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน


ซึ่งจะรับรู้ส่วนได้เสีย 20% ภายในไตรมาสที่ 1/2565 รวมทั้งเปลี่ยนวิธีการบันทึกเงินลงทุนใน Shenton จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม และอยู่ระหว่างศึกษาธุรกิจใหม่ รายละเอียดปรากฏตามข่าวของ STAR วันที่ 15 ,27 และ 29 กรกฎาคม 2564 และ วันที่ 2 สิงหาคม 2564  และหลังจากนั้นในวันที่ 9 ส.ค. ตลาดหลักทรัพย์ ให้ STAR ขึ้นเครื่องหมาย SP โดยราคาหุ้นที่ซื้อขายในวันก่อนขึ้นเครื่องหมาย อยู่ที่ 2.74 บาท สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนที่เข้าไปเก็งกำไรจำนวนมาก และไม่รู้ว่าหุ้นจะกลับมาเทรดได้เมื่อไหร่ และราคาหุ้นหลังกลับมาเทรดอีกครั้งจะเป็นอย่างไร



STAR ถึงวันที่เสี่ยงถูกเพิกถอน

และล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ได้ขึ้นเครื่องหมาย NC เพราะบริษัทเข้าค่ายถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจาก หยุด ประกอบกิจการทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด


โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ แจ้งดำเนินการกับ STAR กรณีบริษัท หยุด ประกอบกิจการทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด บริษัท สตาร์ ยูนิเวอร์แซล เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) (STAR) ได้แจ้งการหยุดธุรกิจจำหน่ายและให้บริการ งานทางด้านวิศวกรรม ธุรกิจสื่อและประชาสัมพันธ์ รวมถึงธุรกิจตู้กาแฟหยอดเหรียญ มายังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าบริษัทมิได้มีการประกอบธุรกิจหลัก ประกอบกับข้อมูลในงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ที่บริษัทนำส่งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังปรากฏชัดเจนว่า บริษัทไม่มีรายได้จากการประกอบธุรกิจหลักแต่อย่างใด


ดังนั้น จึงถือได้ว่าบริษัทมีการหยุดดำเนินธุรกิจทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ส่งผลให้บริษัทเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนตามข้อกำหนดตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่อง การเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน1/ เพื่อให้เป็นไปตามความในข้อกำหนดตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังกล่าวข้างต้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะดำเนินการดังนี้ 1. ประกาศว่าหลักทรัพย์STAR มีเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนเป็นปีที่ 1 (NC ระยะที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2564 โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมาย NC (Non-compliance) และยังคงเครื่องหมาย SP (Suspension) ห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทต่อไป


2.ให้ STAR แจ้งแนวทางดำเนินการแก้ไขเหตุเพิกถอน กรณีบริษัทมีการหยุดประกอบกิจการทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด พร้อมทั้งกำหนดเวลาดำเนินการของแนวทางดำเนินการดังกล่าว โดยให้บริษัทเผยแพร่ให้ผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุนได้ทราบภายในวันที่ 17 กันยายน 2564  3. เมื่อครบกำหนดเวลาตามข้อ 2 หาก STAR ได้แจ้งแนวทางดำเนินการของบริษัทอย่างครบถ้วนชัดเจนแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะอนุญาตให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทได้เป็นเวลา 1 เดือน และเมื่อครบเวลาดังกล่าว ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทจนกว่าบริษัทจะดำเนินการให้เหตุแห่งการเพิกถอนหมดไป และดำเนินการให้บริษัทมีคุณสมบัติเพื่อกลับมาซื้อขายได้ตามปกติ หากบริษัทไม่แจ้งแนวทางดำเนินการแก้ไขเหตุเพิกถอนภายในกำหนดเวลาตามข้อ 2 ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจไม่อนุญาตให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัท


4.ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะให้ระยะเวลา STAR ในการแก้ไขเหตุเพิกถอนให้หมดไปภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2564 ซึ่งกำหนดเป็น 3 ระยะ โดยแต่ละระยะมีเวลา 1 ปี(NC ระยะที่ 1, NC ระยะที่ 2 และ NC ระยะที่ 3) เมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว หากบริษัทยังไม่สามารถแก้ไขเหตุเพิกถอนให้หมดไปได้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเสนอ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อพิจารณาเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทต่อไป ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลสำคัญของบริษัท พร้อมทั้งติดตามการนำเสนอ แนวทางดำเนินการแก้ไขเหตุเพิกถอนของบริษัทต่อไป


อย่างไรก็ตาม ในกรณีของ STAR น่าจะเป็นข้อเตือนในชั้นดีกับหุ้นที่มีราคาหวือหวา แต่บริษัทมีความไม่ชัดเจน ดังนั้นนักลงทุนควรหลีกเลี่ยงกับหุ้นที่มีความผิดปกติ และไม่สามารถอธิบายเหตุผลของความหวือหวานั้นได้ เพราะท้ายที่สุดคนที่อาจเสียหายอาจเป็นเราหรือท่านที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความหวือหวานั้น 

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com