ACAP ราคาวิ่ง 2 วันบวก 54% พบขาดทุนหนัก – ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ เข้าฟื้นฟูกิจการ - ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบ
ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ACAP หรือ บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง โดยราคาทำจุดสูงสุดที่ 2.32 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 29.61 % ราคาชนกรอบ Ceiling โดยการปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ของวันทำการติดต่อกัน โดยราคาปรับเพิ่มขึ้นจาก 1.50 บาท หรือขึ้นมาแล้ว 54 % ทั้งที่บริษัทมีผลการดำเนินงานขาดทุนในไตรมาสที่ 2 และมีส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ
ACAP กลับมาหวือหวา
หุ้น ACAP กลับมาเคลื่อนไหวหวือหวาอีกครั้งหลังจากที่ก่อนหน้านี้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หุ้นตัวนี้เคยเป็นหนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนชื่นชอบในการเก็งกำไร โดยเมื่อแกะในธุรกิจ ACAP ทำธุรกิจ 1. ธุรกิจการให้สินเชื่อ แบ่งเป็น สินเชื่อภาคธุรกิจ (Corporate Loan) และสินเชื่อรายย่อย (Retail Loan)
2.ธุรกิจให้บริการรับจ้างดำเนินงาน (Business Process Outsource Services) เช่น ให้บริการ Call center และ การติดตามหนี้
3.ธุรกิจให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมายและสอบทานกระแสเงินสด (Cash Monitoring)
บริษัทขาดทุนหนัก ผู้สอบบัญชีไม่รับรองงบ
โดยผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ พวกเขามีรายได้ 1.74 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 80.42 ล้านบาท ขาดทุน 121 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากปีก่อน 177 ล้านบาท โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินในไตรมาสที่ 2 ซึ่งเป็น 2 ไตรมาสติดต่อกัน นอกจากนี้ บริษัทมีส่วนทุนผู้ถือหุ้นติดลบและอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่
ACAP แจงกรณี ผู้สอบไม่รับรองงบ
โดยทางบริษัทชี้แจ้งว่า ตามที่บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") ได้นำส่งงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่30 มิถุนายน 2564 ของบริษัทฯ ซึ่งผู้สอบบัญชีได้สอบทานและรับรองงบการเงิน
โดยไม่แสดงความเห็นด้วยเหตุที่ได้พิจารณาถึงสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความไม่แน่นอนต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ดังต่อไปนี้
1.ผลกระทบจากลูกหนี้รายหนึ่งได้ทำสัญญาโอนสิทธิ์การรับชำระหนี้จากคู่ค้าให้แก่บริษัท
และมีการผิดนัดชำระหนี้ บริษัทฯได้มีการดำเนินการยื่นฟ้องบริษัทลูกหนี้และบริษัทคู่ค้าของลูกหนี้ต่อศาลแพ่งเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561และเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2563 ศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาให้บริษัทคู่ค้าของลูกหนี้ชำระเงินแก่บริษัทฯเป็นจำนวน 289.56 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีไปจนกว่าจะชำระหนี้แล้วเสร็จให้แก่บริษัทฯและให้บริษัทลูกหนี้และบริษัทคู่ค้าของลูกหนี้ร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนบริษัทฯซึ่งบริษัทคู่ค้าของลูกหนี้ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ปัจจุบันคดีอยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาลอุทธรณ์และศาลกำหนดวันนัดฟังคำพิพากษาและหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ในวันที่ 28 กันยายน 2564
ซึ่งผู้สอบบัญชีไม่สามารถประเมินถึงผลกระทบต่อการรับชำระหนี้จากลูกหนี้รายนี้ในการพิจารณาตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนเพิ่มสำหรับยอดลูกหนี้เงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับ (สุทธิจากค่าเผื่อผลขาดทุน) รวมเป็นจำนวน235.97 ล้านบาทที่ยังคงค้าง ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564
2.ผลกระทบจากการที่บริษัทฯ มีหนี้สินหมุนเวียนเป็นจำนวน 3,214 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนเป็นจำนวนมากและส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีจำนวน 2,477 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ผิดนัดชำระหนี้และผู้ถือหุ้นกู้หลายรายฟ้องร้องบริษัทฯต่อศาลแพ่งเพื่อให้บริษัทฯ จ่ายชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยผิดนัดชำระปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น
ทั้งนี้บริษัทฯมีแผนการดำเนินการในการบริหารการชำระคืนหุ้นกู้ ได้แก่ การนำเงินจากผลของคดีความที่บริษัทฯเชื่อว่าจะชนะ รวมถึงการดำเนินการขายสินทรัพย์ที่บริษัทฯ ได้รับจากการบังคับหลักประกันมาชำระหนี้ความสามารถในการชำระหนี้คืนหุ้นกู้ขึ้นอยู่กับความสามารถของบริษัทฯในการดำเนินการตามแผนการดังกล่าวข้างต้น
3.การขาดสภาพคล่องทางการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนอย่างมีนัยสำคัญจำนวน 3,065 ล้านบาท และในปัจจุบันบริษัทฯยังไม่มีรายได้หลักจากการดำเนินงาน นอกจากนี้ การดำเนินงานของบริษัทฯยังมีความไม่แน่นอนอยู่มากในสถานการณ์ปัจจุบัน เช่นความสำเร็จของกระบวนการเจรจาเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้หุ้นกู้ การขายหลักประกันและการหาแหล่งทุนอื่นเพิ่มเติม การจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพื่อให้ได้กระแสเงินสดที่เพียงพอต่อการดำเนินงานเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ระยะเวลา ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการเพื่อให้ได้รับกระแสเงินสดที่เพียงพอจากสถานการณ์ดังกล่าวทั้งหมดแสดงถึงความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญหลายประการ บริษัทฯ ใคร่ขอเรียนชี้แจงว่าการที่ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินของบริษัทฯ และบริษัทย่อย และงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564ไม่ได้มีสาเหตุจากการถูกจำกัดขอบเขตโดยผู้บริหารแต่เกิดจากผลกระทบต่อความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญตามสถานการณ์ดังหัวข้อ 1 ถึงข้อ 3 ข้างต้น
อย่างไรก็ตามบริษัทฯ มีแนวทางที่จะแก้ปัญหาด้วยแผนธุรกิจที่จะชำระคืนหนี้ ซึ่งตามแผนธุรกิจของบริษัทฯ นั้น บริษัทฯ จะได้เร่งดำเนินการขายทรัพย์สิน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีศักยภาพและเป็นที่สนใจของนักลงทุนแต่ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 นอกจากนี้บริษัทฯได้ชนะคดีความลูกหนี้โอนสิทธิ์การรับเงินรายใหญ่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์ของจำเลยจากแนวทางดังกล่าวข้างต้นบริษัทฯ มีความเชื่อมั่นที่จะสามารถแก้ปัญหาทั้งหมดที่บริษัทฯกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน จึงนำไปสู่การยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์2564ซึ่งการเข้าสู่กระบวนการขอฟื้นฟูกิจการเป็นกระบวนการตามปกติของการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายสำหรับกิจการที่ยังมีโอกาสในทางธุรกิจที่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ในระยะยาว โดยบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าแผนธุรกิจของบริษัทฯ จะสามารถดำเนินการได้บรรลุผลตามเป้าหมายภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ
ทั้งนี้ความน่าสนใจของ ACAP ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ปัจจุบัน ACAP อยู่ระหว่างการขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง โดยได้ยื่นคำร้องในวันที่ 23 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา โดยศาลล้มละลายกลางจะมีการนัดพร้อมนัดไต่สวนคดีในช่วงเดือน ก.ย.นี้
