CV โรงไฟฟ้าน้องใหม่ เปิดเทรดบวก 1.54% กำเงินสด 170 ลบ. เร่งปิดดีลซื้อโรงไฟฟ้าใหม่

เข้าจดทะเบียนวันแรกเรียบร้อยสำหรับหุ้นพลังงานน้องใหม่อย่าง บริษัท โคลเวอร์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CV ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยเปิดตลาดที่ราคา 3.96 บาท เพิ่มขึ้น 1.54% จากราคาไอพีโอที่ 3.90 บาท โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนประมาณ 60% ไปสร้างโรงไฟฟ้าและซื้อกิจการโรงไฟฟ้าเพิ่มเติม ส่วนที่เหลือจะนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินจำนวน 330 ล้านบาท โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) หลัง IPO จะลดลงต่ำกว่า 0.6 เท่า จากปี 2563 อยู่ที่ 2.3 เท่า และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจ


คุณเศรษฐศิริ ศักดิ์สิทธิเสรีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โคลเวอร์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CV กล่าวว่า ปี 2564-2566 บริษัทวางแผนขยายการลงทุนในประเทศ ได้แก่ 1. โรงคัดแยกและแปรรูปขยะ เพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) ดำเนินการภายใต้บริษัท CVR จังหวัดพิจิตร กำลังการผลิตประมาณ 150 ตันต่อวัน มูลค่าเงินลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นไม่เกิน 210 ล้านบาท คาดก่อสร้างแล้วเสร็จไตรมาส 4/64, 2. โรงไฟฟ้าแบบพลังงานความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าชธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก กำลังการผลิตติดตั้ง 7.36 เมกะวัตต์ มูลค่าเงินลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 170 ล้านบาท คาดจะเข้าทำรายการซื้อหุ้นสามัญเดิมจากผู้ขายได้ภายในเดือนกันยายนนี้


สำหรับแผนขยายการลงทุนต่างประเทศ บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 39.8 เมกะวัตต์ เงินลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นโครงการละประมาณ 430 ล้านบาท รวมทั้ง 2 โครงการประมาณ 860 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/66 


นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างยื่นประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก จำนวนทั้งสิ้น 8 โครงการ ผ่านหลักเกณฑ์ด้านเทคนิคแล้ว 4 โครงการ และอยู่ระหว่างพิจารณาอุทธรณ์ 3 โครงการ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนก.. นี้ ทั้งนี้ บริษัทโดยมีเป้าหมายภายในสิ้นปี 2564 เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วและโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างพัฒนารวม 85 เมกะวัตต์ และเพิ่มเป็น 180 เมกะวัตต์ ในปี 2566 เพื่อต่อยอดประสบการณ์ขยายธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโรงไฟฟ้า เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต


ขณะที่ธุรกิจวิศวกรรม (Valued EPC) ปัจจุบันบริษัทมีงานที่รอรับรู้รายได้ประมาณ 350-380 ล้านบาท ราว 50% จะทยอยรับรู้รายได้ภายใน 3-6 เดือน ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ราว 6 เดือน ถึง 1 ปี


“การระดมทุนจะทำให้ต้นทุนทางการเงินดีขึ้นถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับธุรกิจโรงไฟฟ้า รวมถึงช่วยสนับสนุนความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุน และที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ รองรับการขยายตัวทางธุรกิจในอนาคต ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในอนาคต ตั้งเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่องจากแผนลงทุนโครงการใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ใน 1-3 ปีข้างหน้าคุณเศรษฐศิริ กล่าว

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้