DELTA จะกลับไป 838.00 บาทได้หรือเปล่า ? ในภาวะที่ราคาเป้าหมายที่เห็นแล้วต้องกรีดร้อง
DELTA กำลังกลับมาร้อนแรงอีกครั้งหนึ่งเมื่อราคาหุ้นกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยระดับราคาของวานนี้อยู่ที่ 726.00 บาท ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับระดับสูงสุดตลอดกาลของ DELTA ที่ 838.00 บาท ห่างเพียง 16 % เท่านั้น แต่หันกลับมาดูบทวิเคราะห์ นักวิเคราะห์หลายสำนักให้ราคาพื้นฐานที่นักลงทุนเห็นแล้วต้องกรีดร้อง !!
DELTA แจ้งไม่มีพัฒนาผิดปกติ
ความร้อนแรงของหุ้น DELTA ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องสอบถามไปยังบริษัท โดยเฉพาะตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ล่าสุด นายอนุสรณ์ มุทราอิศ กรรมการบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ตามที่ตลท.ได้มีหนังสือลงวันที่ 2 ก.ย.64 ขอให้บริษัทฯ ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการที่สำคัญของบริษัทฯ เนื่องจากปริมาณและราคาการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเร็ว ๆ นี้
บริษัทฯ ขอชี้แจงให้ทราบว่าบริษัทฯไม่มีพัฒนาการที่สำคัญใดๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณและราคาการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ
ราคาเป้าหมายห่างไกลจากปัจจุบัน
บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า ราคาที่เหมาะสมของ DELTA อยู่ที่ 170 บาทเท่านั้น โดยเหตุน้ำท่วมที่โรงงาน DELTA ในนิคมอุตสาหกรรมบางปูส่งผลกระทบต่อพื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบในชั้น 1 ให้เสียหายไปบ้าง ในเบื้องต้นประเมินว่าโรงงานจะหยุดชั่วคราว 1-3 วัน นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบโกดังเก็บวัตถุดิบในกลุ่มยานยนต์บ้าง ทำให้ต้องหยุดการผลิตกลุ่มยานยนต์ชั่วคราวราว 1-2 สัปดาห์เพื่อสั่งซื้อวัตถุดิบบางส่วนมาใหม่ โดยฝ่ายวิจัยประเมินผลกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 จำกัด ทั้งนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันมี Valuation ที่แพงเกินมูลค่าพื้นฐานไปมากแล้ว จนมีค่า PER ปี 2564 ถึง 85 เท่า จึงยังแนะนำขาย
DELTA แจ้งว่าเกิดเหตุน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมบางปูวานนี้ทำให้โรงงาน 1, 3 และ 5 ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู (55% ของพื้นที่ผลิตของ DELTA) ต้องหยุดดำเนินการผลิตชั่วคราวราว 1-3 วัน เพราะพนักงานยังเข้าไปทำงานไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เครื่องจักรในโรงงานดังกล่าวไม่ได้รับความเสียหายเพราะอยู่ชั้นบน มีเพียงวัตถุดิบบางส่วนที่อยู่ชั้น 1 ได้รับความเสียหายบ้าง นอกจากนี้ ยังมีโกดังเก็บวัตถุดิบในกลุ่มยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายราว 20% ของพื้นที่โกดังเก็บวัตถุดิบในกลุ่มยานยนต์ จะส่งผลกระทบให้การผลิตในกลุ่มยานยนต์ชั่วคราวราว 1-2 สัปดาห์ เนื่องจาก DELTA ต้องรอสั่งวัตถุดิบมาใหม่
ฝ่ายวิจัยประเมินว่า DELTA จะได้รับผลกระทบจำกัด จากการปิดโรงงานดังกล่าวชั่วคราวเพียง 3 วัน กระทบต่อการผลิตไม่มาก อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์การจัดหาวัตถุดิบยานยนต์ หากวัตถุดิบล่าช้า ถือเป็นความเสี่ยงต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2564
ในเบื้องต้นฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการ คาดกำไรสุทธิปี 2564-65 จะเพิ่มขึ้น 18.0% yoy และ 13.4% จากแนวโน้มรายได้รวมปี 2564-65 เติบโต 9.8% yoy และ 12.7% yoy ตามลำดับ หนุนจากความต้องการใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจทั่วโลกจาก Data center และ EV car ที่เติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันมี valuation แพงมาก มีค่า PER สูงถึง 85 เท่า จึงยังแนะนำขาย โดยกำหนด Fair value ปี 2564 เท่ากับ 170 บาท
บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมิน มีมุมมองเชิงลบ DELTA คาดผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมนิคมอุสาหกรรมบางปูไตรมาสที่ 3 ต่อยอดขาย 1.5-2.0% และต่อกำไรสุทธิ 5-10% คงแนะนำ Reduce ด้วยราคาเป้าหมาย 345 บาท ทั้งนี้เหตุการณ์น้ำท่วมในนิคมบางปู จ.สมุทรปราการ ส่งผลให้กระทบต่อโรงงานของ DELTA จำนวน 3 แห่ง แต่ที่กระทบมากสุดคือแหล่งเก็บวัตถุดิบกลุ่ม passive semiconductor เพื่อผลิตสินค้าของกลุ่มรถยนต์ต้องจัดหาใหม่ ปัจจุบันประกาศหยุดทำงาน 3 วัน 30 ส.ค.-1 ก.ย. เพื่อเคลียร์พื้นที่ และคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ในการจัดหาวัตถุดิบกลุ่มที่เสียหาย ทั้งนี้ DELTA มีการทำประกันครอบคลุมการเสียหายครั้งนี้
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิไตรมาสที่3 ลงจากเดิม 9% มาที่ 1613 ล้านบาท. ลด -39% จากปีก่อน -3% จากไตรมาสก่อน (ลดจากคาดเดิม 1775 ลบ. โดยปรับประมาณการยอดขายลง 1.5% และลดสมมติฐาน GPM ลง แต่ยังไม่ได้ประเมินค่าเสียหายของน้ำท่วม) สำหรับกลุ่มอิเลคฯ เราให้ KCE เป็น Top pick ราคาเป้าหมาย 87.7 บาท เพราะอนาคต EV car ไปได้ไกล 3-5 ปี และ KCE มีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มรถยนต์มากกว่า 60% โดย KCE มีโรงงานในนิคมบางปู 1 แห่งเป็นปิดดำเนินการมาสัก 2 ปีแล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบกจากน้ำท่วมบางปู
