เรื่องต้องรู้!! 3 หุ้นเด่น ถ่านหินขาขึ้น ยัง “ซื้อ”ได้หรือไม่

จากราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง ทำให้มีแรงเก็งกำไรของหุ้นกลุ่มนี้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ดังนั้น Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสำรวจความน่าสนใจของหุ้นกลุ่มนี้ใน 3 ตัวหลักๆอย่าง BANPU, LANNA และ AGE จะเป็นอย่างไรนับจากนี้


สะท้อนจากมมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด มีความเห็นว่า แนวโน้มราคาถ่านหินและก๊าซฯ ยังคงเป็นบวกในระยะสั้น ราคาคาร์บอนในยุโรปที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาที่ยังไม่รวดเร็วพอ ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากตลาดที่ยังกังวลต่อความเสี่ยงราคาก๊าซฯ อ่อนตัวลง หากมีอุปทานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกก๊าซฯ รายใหญ่ไปสู่ยุโรป จึงทำให้ระยะสั้นถ่านหินยังถูกมองเป็นทางเลือก หากต้องการลดต้นทุนค่าไฟฟ้า และภาวะเงินเฟ้อที่จะเกิดตามมา


อย่างไรก็ตามแนวนโยบายลดการปล่อยมลพิษแม้จะช่วยผลักดันการเพิ่มขึ้นของพลังงาน หมุนเวียนในระยะกลาง-ยาว แต่ในขณะนี้ทำให้ผู้ประกอบการลังเลที่จะเปลี่ยนไปผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน (อย่างที่เคยทำมาในอดีต) ภาวะอุปทานที่ตึงตัว ปริมาณก๊าซฯ และถ่านหินคงคลังในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว สอดคล้องกับมุมมองที่เราระบุไว้ก่อนหน้า โดยเราคาดว่าราคาก๊าซฯ และถ่านหินยังมีแนวโน้มยืนสูงต่อไปในระยะสั้น เป็นบวกต่อผู้ผลิตถ่านหิน



BANPU กำไรจะโตทุกไตรมาส

นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปริมาณและราคาขายถ่านหินเฉลี่ยแข็งแกร่งลดความกังวลขาดทุนป้องกันความเสี่ยง คาดกำไรไตรมาส 3/64 เบื้องต้นที่ 3.5-4.0 พันล้านบาท เติบโตจากไตรมาส 2 ที่อยู่ระดับ 1.3 พันล้านบาท แนะนำ ซื้อ เป้าหมายที่ 13 บาท (ไดลูทแล้ว)


ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า ราคาถ่านหินที่สูงขึ้นจะช่วยหนุน ราคาขาย BANPU ในครึ่งปีหลังได้ โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักของราคา ที่ปรับตัวขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คืออุปสงค์ทั่วโลกที่ปรับตัวดีขึ้นในวงกว้าง


โดยคาดว่ากำไรหลักจะเติบโตเทียบไตรมาสก่อนตลอดปี 64 โดยจะสูงสุดของปีนี้ในไตรมาส 4/64 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิขึ้น 28% เป็น 1.2 หมื่นล้านบาทในปี 64 นอกจากนี้ยังคงมี upside จากการลงทุนระยะยาวในธุรกิจพลังงานอัจฉริยะ (BanpuNEXT) โดยได้ปรับราคาเป้าหมาย YE21 ขึ้นเป็น 13.20 บาท



LANNA คาดหวังเงินปันผลได้อีกราว 8%

ถัดมา LANNA นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์จีเอ็มโอ-แซด คอม (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า LANNA เข้าลงทุนในเหมืองถ่านหิน “PKN” สัดส่วนการถือหุ้น 10% ด้วยวงเงินทั้งสิ้น 5 ล้านเหรียญฯ อ้างอิงจากมติคณะกรรมการ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2561โดย PKN เป็นผู้ประกอบการเหมืองถ่านหินที่มีอายุสัมปทาน สิ้นสุดปี 2582 ตั้งอยู่ในเมืองบูลุงงัน จังหวัดกาลิมันตันเหนือ มีประมาณถ่านหินคงเหลือ 36 ล้านตัน กำลังการผลิตปัจจุบันอยู่ที่ 2 –3 ล้านตันต่อปี (สูงสุดอยู่ที่ 5 –6 ล้านตันต่อปี) โดยถ่านที่ได้จะมีค่าความร้อนอยู่ที่ 3100–3400 Kcal/Kg (อยู่ในโซนค่าความร้อนต่ำ)


โดยประเมินผลประโยชน์ที่ LANNA จะได้รับเป็นส่วนแบ่งถ่านหินจากเหมือง PKN เพื่อมาจำหน่ายตามสัดส่วนการถือหุ้น บริษัทฯจะได้ถ่านหินเพิ่มขึ้นมา 2 – 3 แสนตันต่อปี แม้เป็นถ่านที่ค่าความร้อนต่ำ แต่อาจไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำเหมือง โดยรวมน่าจะเป็น Upside ต่อประมาณการในปีหน้า (กรณีได้รับถ่านเต็มปี) ได้ราว 10 - 15%


ดังนั้นมองประเด็นดังกล่าวเป็นประเด็นบวกต่อการปรับเพิ่มประมาณการปี 65 ประกอบกับท่มกลงรถ่นโลกทำ New high แต่ราคาหุ้นยังไม่ตอบสนองมาก คงคำแนะนำ “ซื้อ” LANNA ราคาเป้าหมายที่ 26.50 บาท คาดหวังเงินปันผลได้อีกราว 8% คาดกำไรสุทธิปี 64 ที่ 1,324 ล้านบาท เติบโต 352.4%



AGE ไตรมาส 4 รับไฮซีซั่น

สุดท้าย AGE ซึ่งล่าสุดยังไม่มีบทวิเคราะห์ แต่นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE เปิดเผยว่า ภาพรวมของธุรกิจถ่านหินนั้นในไตรมาส 4 ของทุกปีจะเป็นช่วงไฮซีซั่น โดยเป็นช่วงที่มีปริมาณการใช้ถ่านหินสูงที่สุด ดังนั้นเชื่อว่าดีมานด์ของออเดอร์ถ่านหินจะเข้ามาอย่างโดดเด่น ส่งผลให้ปริมาณยอดขายถ่านหินในปีนี้ยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้


โดยในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายที่ 5.5 ล้านตัน แบ่งเป็นยอดจำหน่ายในประเทศ 5 ล้านตัน และต่างประเทศ 5-7 แสนตัน ซึ่งเป็นผลจากภาพรวมการส่งออกในภูมิภาคกลับมาฟื้นตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หนุนให้ความต้องการใช้ถ่านหินขยับเพิ่มขึ้นตามการใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม ประเทศไต้หวัน ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศจีน ส่งผลให้ทั้งปี AGE ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้รวมไว้ที่ระดับ 11,000 ล้านบาท ตามแผนธุรกิจที่วางไว้ในปี 64


ขณะที่ภาพรวมธุรกิจในครึ่งหลัง AGE ยังคงเดินหน้าปรับกลยุทธ์ ทางธุรกิจเชิงรุกในธุรกิจโลจิสติกส์แบบครบวงจรอย่างต่อเนื่อง ภายหลังการเข้าไปบริหารจัดการท่าเรือ เพิ่มอีก 3 ท่าในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันมีท่าเรือที่รองรับการให้บริการขนส่งทางน้ำรวมทั้งหมด 6 ท่า บริเวณอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วยหนุนให้ AGE มีความสามารถรองรับปริมาณการขนส่งผ่านท่าเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 7 ล้านตันต่อปี 


นอกจากนี้ AGE ยังเดินหน้าลงทุนขยายกองรถบรรทุกเป็นกว่า 100 คัน ในปี 2564 จากที่ปัจจุบันมีรถบรรทุกอยู่ 68 คัน และมีรถบรรทุกเป็นพันธมิตรผู้รับจ้างงานช่วง (Sub-contractor) อีก 400-500 คัน รวมถึงขยายกองเรือโดยการเช่าและการหากองเรือพันธมิตร Sub-contractor เพื่อเพิ่มปริมาณบรรทุกสินค้า เป็น 200,000 ตัน จากที่ปัจจุบัน AGE มีกองเรืออยู่ 36 ลำ ปริมาณการบรรทุกสินค้ารวมกว่า 100,000  ตัน เพื่อรองรับปริมาณการขนส่ง ทั้งถ่านหิน และสินค้าในกลุ่มทรายแก้วเพื่อผลิตขวด, กระดาษ, ไม้สับ, ขี้เลื่อย และกะลาปาล์ม เป็นต้น ซึ่งจะหนุนให้รายได้จากธุรกิจการขนส่งโลจิสติกส์ ในอนาคตเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็นผู้นำด้านการขนส่งด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรในประเทศ


“AGE ขยายธุรกิจด้านโลจิสติกส์เต็มรูปแบบ ทั้งการให้บริการขนส่งทางน้ำ-ทางบก รวมถึงการให้บริการท่าเทียบเรือ และให้บริการพื้นที่จัดเก็บสินค้า รวมถึงการขยายการรับขนส่งสินค้าในกลุ่มสินค้าเทกอง หรือ รวมกอง (Bulk Cargo) อาทิ สินค้าเกษตร ปุ๋ย แร่เหล็ก วัสดุก่อสร้าง และกำมะถัน เป็นต้น และในอนาคตบริษัทฯจะขยายการขนส่งกลุ่มสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ สินค้าอันตราย สินค้าที่เป็นของเหลว และสินค้าใช้ตู้คอนเทนเนอร์  ดังนั้นจากแผนดังกล่าวบริษัทฯเชื่อว่าจะส่งผลให้บริษัทฯมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจการขนส่ง โลจิสติกส์ในปี 2564 ประมาณ 1,000 ล้านบาท”นายพนม กล่าว



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”