SUPER เมื่อธุรกิจกำลังติดเทรนด์ พร้อมก้าวเป็นโรงไฟฟ้าแถวหน้าของไทย
บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER เป็นหุ้นโรงไฟฟ้าที่จะว่าใหญ่ หรือกำลังจะใหญ่ก็ว่าได้ เพราะขณะนี้ SUPER มีโครงการโรงไฟฟ้าในมือที่ทยอยจ่ายไฟเข้าระบบในปีนี้ 1,700 MW และหากทุกๆอย่างเป็นไปตามแผนในปี 66 จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 2,500 MW ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าเอกชนแถวหน้าของประเทศไทยเลยก็ว่าได้
โดยแผนพัฒนาพลังงานโรงไฟฟ้าของ SUPER ล้วนแล้วแต่พลังงานทดแทนที่กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของโลกแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือแม้กระทั่งระบบกักเก็บพลังงานโดยใช้แบตเตอรี่ ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกตระหนักกันดีว่าพลังงานประเภทเก่าที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯออกสู่ชั้นบรรยากาศโลกมีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อนนั้นในอนาคตจะต้องหมดไปและเปลี่ยนเข้าสู่โหมดพลังงานสะอาด
ในครั้งนี้ทาง Wealthy Thai ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณจอมทรัพย์ โลจายะ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUPER โดยคุณจอมทรัพย์ได้อัปเดตตัวเลขข้อมูล และแผนการดำเนินธุรกิจของ SUPER ในอนาคตไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นเราจะไปติดตามพร้อมๆกัน
โดย SUPER ตั้งเป้าหมายว่าในปี 64 นี้เองจะมีรายได้ที่ระดับ 9,000-10,000 ล้านบาท ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้าในระบบที่จะจ่ายไฟในระดับ 1,700 MW ซึ่งในช่วงที่เหลือของปีนี้เอง SUPER กำลังก่อสร้าง และทยอยจ่ายไฟฟ้าโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เวียดนามโครงการใหญ่จำนวน 271 MW จากโครงการนี้ที่มีกำลังผลิต 421 MW ซึ่งในส่วนที่เหลืออีกกว่า 200 MW นั้นจะทยอยก่อสร้างและจ่ายไฟฟ้าในปี 65
สำหรับแผนในอนาคตปีถัดไปคุณจอมทรัพย์ บอกว่าในปี 65 ทาง SUPER จะมีโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าระบบอีกเป็น 2,000 MW ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือที่มีอยู่แล้วตามแผน และโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่กำลังจะดีลซื้อกิจการ และก่อสร้างใหม่ โดยจะทำให้ฐานรายได้ของ SUPER ขยับเพิ่มไปแตะที่ระดับ 13,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันในปี 66 มองเป้าหมายว่าจะแสวงหากำลังการผลิตไฟฟ้าให้เพิ่มเป็นอีก 2,500 MW ด้วยการที่กำลังศึกษาเพื่อเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งคุณจอมทรัพย์บอกกับเราว่า จะเน้นการลงทุนโฟกัสโรงไฟฟ้าในอาเซียนเป็นหลัก เช่นที่ประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา รวมถึงญี่ปุ่น จะเน้นโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์และพลังงานลม
นอกจากนี้ยังมีโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญคือแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของเวียดนาม ที่จะช่วยสนับสนุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ช่วยสร้างการเติบโตให้กับ SUPER ในอนาคตได้ต่อเนื่องไปอีก 4-5 ปี เพราะเวียดนามมีความต้องการใช้ไฟฟ้ามากถึง 15-18% ซึ่งมากกว่าประเทศไทยที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นแค่เพียง 1%
รวมถึงโอกาสในประเทศไทยที่ SUPER มีโรงไฟฟ้าที่ใช้ระบบกักเก็บพลังงานสามารถกักเก็บไฟฟ้าไว้ใช้และเพิ่มระยะเวลาการจ่ายไฟได้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้จำหน่ายไฟเพิ่มขึ้นและรายได้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยในอนาคตต่อจากนี้ไป SUPER จะเป็นผู้จำหน่ายไฟฟ้าให้กับหน่วยงานรัฐที่มาจากการใช้ระบบกักเก็บพลังงาน
ข้ามมากันที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายระบบน้ำประปา ซึ่งปัจจุบันนี้ SUPER ให้บริการผลิตน้ำประปาใน 4 จังหวัดพื้นที่สำคัญของไทย ได้แก่จังหวัดสมุทรสาคร, ภูเก็ต,ชลบุรี และระยอง ธุรกิจนี้เป็นเพียงการเพิ่งจะเริ่มต้น ซึ่งคุณจอมทรัพย์มองว่าในอนาคตจะมีโอกาสการเติบโตได้อีกมาก เพราะในระยะถัดไปรูปแบบการพัฒนาการประปาของไทยจะคล้ายๆกับการผลิตไฟฟ้าที่ภาครัฐจะให้เอกชนเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำประปาให้กับภาครัฐ

