โพยหุ้นน่าสะสม ในธีมหุ้น Laggard

ความหมายของ laggard  หากแปลกันตรงๆ ก็คือ ช้า เชื่องช้า โดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด ให้ความหมายว่าเป็นหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นช้ากว่าหุ้นตัวอื่นในอุตสาหกรรมหรือธุรกิจประเภทเดียวกัน และยังหมายถึงหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ราคาขึ้นช้ากว่าดัชนีตลาดหรือกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นในช่วงตลาดขาขึ้น  


พร้อมยังบอกอีกว่า นักวิเคราะห์มักจะแนะนำให้ลงทุนในหุ้น Laggard หลังจากที่ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้นเต็มที่และราคาหุ้นตัวหรือกลุ่มที่นำตลาดได้ปรับตัวขึ้นไปมากแล้ว หากเป็นหุ้นกลุ่ม Laggard ตามวงจรเศรษฐกิจ หรือเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีแต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของบริษัทที่น่าสนใจ ก็มีโอกาสที่ราคาหุ้น Laggard จะมีราคาสูงขึ้นตามมา


ทั้งนี้เนื่องจากนักลงทุนเห็นว่าราคายังถูกเมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นที่ขึ้นไปสูงแล้ว แต่นักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลพื้นฐานของหุ้นแต่ละบริษัทด้วย เพราะบริษัทที่อยู่ในธุรกิจที่ล้าหลังหรือตัวบริษัทมีฐานะการเงินที่ไม่ดี ยอดขายและกำไรตกต่ำลดลงแม้เศรษฐกิจจะดีขึ้นก็ตาม หุ้นประเภทหลังนี้อาจดูเหมือนหุ้น Laggard แต่มีโอกาสน้อยที่ราคาจะเพิ่มขึ้นตามตลาด


ดังนั้นโพยหุ้นครั้งนี้เราได้รวมรวมหุ้นที่ Laggard  ผ่านการประเมินของบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด  มาฝากนักลงทุน


เริ่มจาก บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มีกลยุทธ์แนะนำหุ้น Laggard หุ้นใหญ่สภาพคล่องต่ำ อย่าง ADVANC (ราคา Laggard INTUCH), CPALL (มีแรงบวกแฝงหากราคา Tender หุ้น MAKRO ใกล้เคียงราคาปัจจุบัน), และหุ้นส่งออก TU (ได้ประโยชน์จากบาทอ่อน และเสริมความแข็งแกร่ง ด้วยการทยอย Spin off บริษัทลูก)


โดย TU ราคาเป้าหมาย 24.00 บาท บริษัทเตรียม Spin Off บมจ. ITC ซึ่งประกอบธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเข้า SET เพื่อขยายโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงแห่งใหม่ รองรับการเติบโตในระยะยาว โดยซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูงกว่าธุรกิจหลักของ TU มาก ทั้งในด้านรายได้รวมและอัตราการทำกำไร ขณะที่กำไรสุทธิปี 2564 คาดเพิ่มขึ้น 18.2% จากปีก่อนหน้า และปี 65 คาดเพิ่มขึ้น 3.0% เทียบกับปี 64 จากธุรกิจกุ้ง แซลมอนและ Red Lobster ฟื้นตัว และทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจนล่าสุดอยู่ที่ 32.6 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นผลบวกต่อประสิทธิภาพการทำกำไรของ TU โดยราคาหุ้นปัจจุบันมีค่า PER ปี 2564 ที่ 13 เท่า คาดหวัง Dividend yields ได้กว่า 4% ต่อปี


ถัดมา CPALL ราคาเป้าหมาย 70.00 บาท Sensitivity ของราคาเสนอขายหุ้น PO ต่อ Downside ประมาณการ CPALL พบว่า ทุกๆ 5 บาทที่สูงกว่า 43.5 บาท จะช่วยลด Downside ประมาณการ CPALL ลง 1.9% จากกรณีที่ใช้ราคา PO 43.5 บาท (ปัจจุบันราคา MAKRO อยู่ที่ 56.25 บาท) ขณะที่สถานการณ์ COVID ในปัจจุบันเริ่มคลี่คลายหลังจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เริ่มลดลง คาดธุรกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวเด่นนับจากปี 2565 โดยเบื้องต้นประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2565 เกิน 70 บาท มี Upside เปิดให้ลงทุนเกิน 10%


และ ADVANC ราคาเป้าหมาย 220.00 บาท โดย ADVANC แจ้งยุติข้อพิพาทกับ NT โดยยินยอมยุติด้วยชำระค่าตอบแทนให้ NT 448 ล้านบาท เป็นบวก เพราะการตั้งสำรองสำหรับข้อพิพาททั้งหมด น่าจะครอบคลุมผลกระทบส่วนใหญ่ โดยราคาหุ้นที่ลงแรงวานนี้ เป็นโอกาสลงทุนเพิ่มเติม ขณะที่หากนำราคาหุ้น INTUCH ในปัจจุบัน กลับมาคำนวณเป็นมูลค่า ADVANC (โดยให้ปัจจัยอื่นๆ ในองค์ประกอบพิจารณามูลค่าหุ้น INTUCH คงที่) ภายใต้วิธี NAV ของบริษัทลูก จะพบว่า เทียบเท่ากับ ราคาหุ้น ADVANC ที่ราว 237.5 บาท ซึ่งถือว่ายัง Laggard อยู่มาก


ทางด้านบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด มีความเห็นว่า หุ้น Laggard Play นั้น โดยหลังจากที่นักลงทุนต่างประเทศเริ่มกลับเข้ามาซื้อสุทธิเกือบ 1 เดือน จากการที่จำนวนผู้ติดเชื้อ ในประเทศเริ่มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนี SET ปรับตัวขึ้น +6.3% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา (-1M)


อย่างไรก็ตามหากไปพิจารณาหุ้นรายตัวที่ปรับลดลงมามากในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา น่าจะตอบรับปัจจัยลบเฉพาะตัวไปพอสมควรแล้ว จนกลับมามี upside ที่น่าสนใจ จะประกอบไปด้วย BCH (-7.6%) มี upside 27% จากราคาเป้าหมายของ Bloomberg consensus (TP) ที่ 28.00 บาท,


CBG (-6.8%) มี upside 15% จาก TP ที่ 148.60 บาท, EPG (-3.8% ) มี upside 22% จาก TP ที่ 15.30 บาท, SSP (-3.8%) มี upside 33% จาก TP ที่ 16.70 บาท, GLOBAL (-3.3%) มี upside 26% จาก TP ที่ 26.00 บาท, TIDLOR (-3.2%) มี upside 27% จาก TP ที่ 47.84 บาท, HANA (-3.0%) มี upside 10% จาก TP ที่ 80.50 บาท, MTC (-2.4%) มี upside 15% จาก TP ที่ 59.63 บาทและ GFPT (-2.3%) มี upside 11% จาก TP ที่ 14.30 บาท



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”