ลุ้นแนวรับ 1,615 จุดเอาอยู่หรือไม่ แนะเก็บ 3 หุ้นเดินเรือค่าระวางขาขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ คาด SET พักตัวแนวรับ 1,615 - 1,620 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นรอบบ้านที่อ่อนตัวลง โดยแม้ว่าตัวเลข CPI เดือนส.ค.ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดจะทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเรื่อง Fed จะลดวงเงิน QE เร็วขึ้นไปได้บ้าง แต่ความกังวลสหรัฐปรับขึ้นภาษีนิติบุคคลจาก 21% เป็น 26.5% นั้นเป็นแรงกดดันต่อภาวะการลงทุนในช่วงนี้ ดังนั้นจึงแนะนำให้เข้าซื้อช่วงอ่อนตัวโดยเน้นกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวต่อไป
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
กลุ่มพลังงาน PTT PTTEP TOP PTTGC SPRC ราคาน้ำมันปรับขึ้นเหนือ 70 US/barrels
กลุ่มได้อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า HANA KCE TU CPF GFPT ASIAN EPG NER SUN APURE
กลุ่มเดินเรือ PSL TTA RCL แนวโน้มค่าระวางเรือปรับตัวขึ้น
หุ้นแนะนำวันนี้
TU (ปิด 21.6 ซื้อ/เป้า 22.4) ได้ Sentiment บวกเงินบาทกลับมาอ่อนค่า ธุรกิจเข้าสู่ High season และในช่วงปลายปีมี Story จากการนำบริษัทลูก (TFM) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าจดทะเบียนในตลาด
WHA (ปิด 3.16 ซื้อ/เป้า 4.8) มีข่าวดี ครม.เห็นชอบมาตรการดึงต่างชาติลงทุนในไทยส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรม ส่วนแนวโน้มผลกำไรของ WHA ยังเติบโตได้ดีทั้งยอดขายที่ดิน คลังสินค้า และธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำและไฟฟ้า)
ประเด็นสำคัญวันนี้
(-) ดาวโจนส์ร่วง 292 จุด กังวัลข่าวสหรัฐขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคล: ดัชนีดาวโจนส์ -292 จุด (-0.84%) ปิดที่ 34,578 จุด จากข่าวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพรรคเดโมแครตเสนอให้ปรับขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (corporate tax rate) จากระดับ 21% สู่ระดับ 26.5% และให้ปรับขึ้นภาษีกำไรที่ได้จากการลงทุน (capital gains tax) และเงินปันผลขึ้นสู่ระดับ 28.8% ภาษีที่สูงขึ้นคาดว่าจะทำให้กำไรของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐลดลงประมาณ 5%
(+) น้ำมันดิบทรงตัว ข่าวพายุเฮอริเคนนิโคลัสช่วยหนุนตลาด: ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดเพิ่มขึ้นเพียง 1 เซนต์ ที่ 70.46 $/bbl ยืนแกร่งสวนทิศทางตลาดหุ้นดาวโจนส์ โดยตลาดน้ำมันได้แรงหนุนจากนักลงทุนกังวลซัพพลายน้ำมันดิบตึงตัวในสหรัฐหลังเกิดพายุเฮอริเคนนิโคลัสเตรียมพัดเข้าสู่อ่าวเม็กซิโกอีกครั้งจะทำให้แท่นผลิตน้ำมันได้รับความเสียหายนับเป็นการเกิดพายุเฮอริเคนถึง 2 ลูกในเวลา 2 สัปดาห์
(+) ครม.เห็นชอบมาตรการดึงต่างชาติลงทุนในไทยเป็นบวกกับกลุ่มอสังหาและนิคมฯ: มาตรการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงและเป็นผู้พำนักระยะยาว (long-term stay) แบ่งเป็น 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1.กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง 2.กลุ่มผู้เกษียณอายุ 3.กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย และ 4.กลุ่มผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ระยะดำเนินการ 5 ปีงบประมาณ (65-69) คาดเพิ่มชาวต่างชาติประมาณ 1 ล้านคน เพิ่มใช้จ่ายในประเทศประมาณ 1 ล้านลบ.
