iPhone 13 Pro Max กับหุ้นบริษัทที่ขาย iPhone จะซื้ออะไรดีหรือ จะเหมาทั้งคู่ !!
หลังจากที่ทาง Apple ได้จัดงาน Apple Event เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว โดยไฮไลท์อยู่ที่หน้าตา ความสามารถ และประสิทธิภาพเพิ่มเติมที่เหนือกว่ารุ่นอื่นๆอย่าง iPhone 13 โดยภายหลังจากการเปิดตัวก็มีเหล่าสาวกที่ชื่นชอบสินค้าของ Apple เห็นต่างกันว่า iPhone 13 ดีขึ้นหรือไม่เมื่อเทียบกับ iPhone 12 ซึ่งเมื่อดูสเปคคร่าวๆแล้วอาจจะมีทั้งถูกใจและไม่ถูกใจเหล่าสาวกสักเท่าไหร่
โดยดูภาพรวมแล้วอาจจะพอสรุปเบื้องต้นได้ว่า หน้าตา และคุณสมบัติต่าง ๆ ของ iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max นั้นไม่ปัง เลยทำให้เหล่าสาวกไม่ถูกใจสิ้งนี้ ส่งผลให้ ทิศทางราคาหุ้น Apple ปรับตัวลดลง โดยในวันที่ 15 ก.ย. (ตามเวลาสหรัฐอเมริกา) ราคาหุ้น Apple ปิดตลาดที่ระดับ 148.12 เหรียญสหรัฐ จากราคาเปิดตลาดที่ 150 เหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตามเมื่อตลาดหุ้นไทยเปิดทำการจึงส่งผลให้ราคาหุ้นกลุ่มสินค้าไอทีที่เกี่ยวปรับตัวลดลงเช่นกัน
ทั้งนี้หากย้อนมาที่ตลาดหุ้นไทยมีหุ้นในกลุ่มขายสินค้าไอที ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดตัวของ iPhone 13 ในครั้งนี้ประกอบไปด้วย COM7 ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายสินค้าไอทีและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของ Apple ที่ถือว่าเป็นรายใหญ่ของไทยเลยก็ว่าได้ ถัดมา SYNEX เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ธุรกิจขายสินค้าไอทีเติบโตอย่างมากจากพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป
ขณะที่ JMART ถือเป็นผู้นำและค้าขายสินค้าไอที อุปกรณ์มือถือสมาร์ทโฟนที่ระดับชั้นนำแถวหน้าของไทย ซึ่งเมื่อมีสินค้าสมาร์ทโฟนเปิดตัวรุ่นใหม่ๆนั้นทางเจมาร์ทก็ไม่มีพลาดที่จะไม่นำมาจำหน่าย สำหรับ CPW ผู้จำหน่ายสินค้าแบรนด์ Apple ซึ่งบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่าย (Reseller)ได้แก่ ร้าน iStudio by copperwired ส่วน SPVI หนึ่งในตัวแทนจำหน่าย (Reseller) ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้า Apple ทั้งคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ประเภท iOS และอุปกรณ์เสริมต่างๆ
สำหรับหัวข้อที่เราจะสนทนาในครั้งนี้คือ นักลงทุนหลายๆท่าน คงจะเคยเห็นข้อความการตั้งกระทู้สอบถามใน Pantip หรือในกลุ่มซื้อขายสินค้าไอทีบน Facebook กันมาเยอะมากว่า จะเลือกซื้อ iPhone 13 Pro Max หรือ ซื้อ iPhone 12 Pro Max ที่ราคาอาจจะถูกกว่า เพราะสเปคไม่ต่างกันมาก หรือจะเปรียบเทียบไปซื้อค่ายอื่นที่อาจจะมีสเปคที่ดีกว่าเหมาะสมกับราคาที่สามารถรับได้
ในครั้งนี้ Wealthy Thai จึงเลือกประเด็นที่ว่าระหว่าง iPhone 13 Pro Max กับหุ้นที่กล่าวมาข้างต้นที่ขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ Apple นักลงทุนจะเลือกซื้อแบบไหน? ซึ่งบางรายอาจมองว่าสเปค iPhone 13 ยังไม่ว้าวเท่าที่ควร จึงเลือกที่จะซื้อหุ้นสินค้าไอทีจะดีกว่าเพราะจะได้อะไรที่หลายอย่างครอบคลุมว่า และบางรายอาจจะมองว่า iPhone 13 นี่แหละคือสิ่งที่ฉันรอมานานแล้ว หรือว่าจะสามารถซื้อทั้งสองอย่างเลยก็เป็นได้ เพราะอาจซื้อ iPhone ไว้เพื่อเทรดหุ้นก็ได้ด้วย
สำหรับความน่าสนใจและคุณสมบัติของ iPhone 13 Pro Max นักลงทุนก็คงจะพอทราบกันเบื้องต้นแล้วว่ามีจุดเด่นและความเหมือนที่แตกต่างไปจากรุ่นก่อน หรือรุ่นรองท็อปกันอย่างไรบ้าง ทั้งนี้จะมีราคาขายอยู่ที่ 62,900 บาท โดยจะมีการวางจำหน่ายพร้อมกับสินค้าใหม่ที่ทางค่าย Apple ได้เปิดตัวไปอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 8 ต.ค.64 นี้ เตรียมไปจับจองเป็นเจ้าของกันได้เลย
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบราคา iPhone 13 Pro Max ที่ 62,900 บาทนั้น เราจะสามารถซื้อหุ้นบริษัทที่ขายสินค้า Apple ได้กี่หุ้น โดยจะใช้ราคาปิดของหุ้นวันที่ 15 ก.ย.64 เนื่องจากเป็นวันที่มีการเปิดตัว โดยราคาปิดของหุ้น COM7 อยู่ที่ 70.75 บาท ซึ่งเราจะได้หุ้นมาจำนวน 880 หุ้น ในราคา 62,260 บาท ขณะที่ SYNEX มีราคาปิดอยู่ที่ 24.80 บาท โดยเราจะได้หุ้นมาจำนวน 2,500 หุ้น ในราคา 62,000 บาท
ส่วน JMART มีราคาอยู่ที่ 43.25 บาทต่อหุ้น เราจะได้หุ้นมาจำนวน 1,450 หุ้น ในราคา 62,712 บาท ราคาก้เกือบจะใกล้เคียงกับ iPhone 13 ตัวท็อปแล้วนะเนี่ย!! ขณะที่หุ้น SPVI ปิดตลาดที่ 6.55 บาท ทำให้จะได้มาจำนวน 9,500 หุ้น ที่ราคา 62,225 บาท และ CPW ราคาปิดอยู่ที่ 3.92 บาทต่อหุ้น ทำให้จะได้หุ้นมา จำนวน 16,000 หุ้น ในราคาใช้เงิน 62,720 บาท
……….นักลงทุนคงจะต้องลองชั่งใจดูแล้วหล่ะว่าจะเลือกซื้อ iPhone 13 Pro Max หรือจะเลือกซื้อหุ้นที่ผลิตภัณฑ์สินค้าอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องกับ Apple ………………….

