TIDLOR วิ่งแรงจนจบวัน! หลังปันผล-ซื้อหุ้นคืน 2.4 พันลบ. โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” เคาะเป้า 22 บาท ชูเป็น Topick เหตุกันชนสูง-พีอีไม่แพง

TIDLOR วิ่งแรงตลอดทั้งวัน รับปัจจัยหนุนจากการประกาศปันผล 0.69 บาท/หุ้น พร้อมแผนซื้อหุ้นคืนวงเงิน 2.4 พันลบ. ด้านนักวิเคราะห์มองเป็นบวกต่อการทำ Capital Management ช่วยเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้นรวม พร้อมชูเป็น Top Pick เหตุกันชนความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่ม และ Valuation ไม่แพง โดยแนะ “ซื้อ” เคาะเป้า 22 บาท


วันนี้ (21 พ.ค.69) ราคาหุ้นของ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 173.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.76% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 566.67 ล้านบาท


ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ TIDLOR ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.69 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 2 มิ.ย. 2569 และกำหนดจ่ายวันที่ 19 มิ.ย. 2569 พร้อมทั้งประกาศซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 2.4 พันล้านบาท จำนวนหุ้นซื้อคืนไม่เกิน 122.8 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.24% ของหุ้นทั้งหมด ผ่านวิธี AOM โดยเริ่มวันที่ 28 พ.ค. – 27 พ.ย. 2569 ทั้งนี้ โดยรวมมองว่าเป็นการทำ Capital Management


แม้ Dividend Payout Ratio (DPR) ราว 40% ของกำไรปี 2568 จะลดลงจากระดับราว 50% ในปี 2567 แต่บริษัทเลือกใช้การซื้อหุ้นคืนเข้ามาเสริม Total Shareholder Return (TSR) ให้สูงขึ้นกว่าการจ่ายเงินปันผลเพียงอย่างเดียว โดยการซื้อหุ้นคืนไม่เพียงช่วยเพิ่ม ROE, EPS และเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) แต่ยังสะท้อนมุมมองของผู้บริหารว่าราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม


ทั้งนี้ DPS ดังกล่าว คิดเป็น Dividend Yield ราว 4.3% ขณะที่ Buyback Yield หากซื้อหุ้นคืนได้ครบตามจำนวน จะอยู่ที่ราว 5% ส่งผลให้ Shareholder Yield รวมอยู่ที่ประมาณ 9%


ด้านฐานะการเงิน บริษัทมี D/E ราว 2.1 เท่า ต่ำกว่า Debt Covenant ที่ 6 เท่า และยังมี BAY สนับสนุน ทำให้มองว่าสถานะการเงินยังแข็งแกร่งเพียงพอรองรับการเติบโตของสินเชื่อตามเป้าหมาย 5%-10% ควบคู่ไปกับการทำ Capital Management ได้


ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 5.4 พันล้านบาท เติบโตระดับ Double Digit ต้น ๆ โดยมองว่า Downside ยังจำกัด แม้ลูกหนี้ยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพสูง หลังกำไรไตรมาส 1/69 คิดเป็นสัดส่วนแล้วราว 30% ของประมาณการทั้งปี


ขณะเดียวกัน Coverage Ratio ที่ระดับ 340% ซึ่งสูงสุดในกลุ่มฯ ยังถือเป็นกันชนสำคัญที่ช่วยลดทอนความเสี่ยงจาก Credit Cycle โดยจาก Sensitivity Analysis พบว่า ทุกการเปลี่ยนแปลงของ Credit Cost 20 bps จะส่งผลต่อกำไรราว 3%


สำหรับคำแนะนำการลงทุน อิงวิธี GGM ให้ PBV ที่ 1.6 เท่า ได้ Fair Value ที่ 22 บาท หรือเทียบเท่า PER ที่ 12 เท่า จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” (Top Pick) จากกันชนที่สูงกว่ากลุ่มฯ ซึ่งช่วยจำกัด Downside ต่อประมาณการได้ดีกว่า ขณะที่ PER ปัจจุบันซื้อขายเพียง 8.6 เท่า ยังถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรในระยะข้างหน้า
Most Viewed
Stock of the Day
กรมศุลกากร ทรานส์ฟอร์ม สู่ NEXT DRIVE CUSTOMS สลัดภาพ "บ้านผีสิง" สู่ "Modern House" หนุนมูลค่าการค้าไทยแตะ 27 ล้านล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กรกฎา-ปีมะเมีย” เกาะเทรนด์ “AI Megatrend”… ชู 2 ธีมเด่น “หุ้นเกาหลีใต้-Semiconductor” ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
“ก.คลัง”...เตรียมเปิดขาย “บอนด์ ออมพลัส” ล็อตแรก 4,000 ล้านบาท ก.ค. นี้
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
โผล่อีกราย! MAJOR จี้ ก.ล.ต. ตรวจสอบ ปมผู้ยื่นแบบ 246-2 อ้างถือหุ้น 9.99% ชี้ข้อมูลไม่สอดคล้องข้อเท็จจริงบริษัท
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นหมู-ไก่คึกคัก รับราคาเนื้อสัตว์ฟื้น ฟากโบรกฯ ยังคงมุมมอง Bearish ชี้ราคาเฉลี่ยต่ำ-ต้นทุนสูงกดมาร์จิ้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us