โพยหุ้นน่าสะสม รับกลยุทธ์ลงทุนไตรมาส 4
เข้าสู่ช่วงไตรมาส 4/64 กันแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ที่เป็นแรงกดดันตลาดทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในช่วงไตรมาส 4/64 จะเป็นอย่างไร โพยหุ้นครั้งนี้ทีมข่าว Wealthy Thai ได้รวบรวมความน่าสนใจในไตรมาสนี้ ผ่านบทความนี้เลย
สะท้อนจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ระบุว่า กลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 4/64 แนะนำให้เปลี่ยนจุดโฟกัสจากการเติบโตของประเทศที่พัฒนาแล้ว (DM) มายังการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (EM), ภาวะ Reflation สู่ภาวะ Stagflation, Global cyclical play สู่ Domestic reopening, และ Hope สู่ Growth อำนาจในการกำหนดราคาสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนความอยู่รอด ผลตอบแทนตลาดจะขึ้นอยู่กับกำไรแทนที่จะเป็นการเพิ่มขึ้นของ valuation
ทั้งนี้คาดว่า SET จะย่อตัวเล็กน้อยในไตรมาส 4/64 โดยมีเป้ากรอบการซื้อขายในช่วง 1,500-1,600 จุด แนะนำหุ้นเชิงรับที่ 1.มี exposure กับเศรษฐกจิภายในประเทศสูง และมีปัจจัยขับเคลื่อนที่ชัดเจนและมีเอกลักษณ์ เฉพาะตัว 2.ยังมีความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว 3.กำไรเติบโต หรือฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และ 4.มีความเสี่ยงทางการเงินจำกัด หรืองบดุล แข็งแรง และ 5.laggard หุ้นแนะนำในไตรมาส 4/64 คือ BEM, KCE, OSP, SECURE และ ZEN
โดยแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคนั้น เนื่องจากแรงส่งเศรษฐกิจเริ่มแผ่วลง จึงคาดว่าโมเมนตัมจะชะลอตัวลงต่อเนื่องในไตรมาส 4/64 มีแรงต้านเศรษฐกิจมหภาค 4 ประการในไตรมาส 4/64 คือ 1.ภาวะ Stagflation 2.แผนขึ้นภาษีของสหรัฐฯ 3.QE Tapering และ 4.กฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นจากรัฐบาลจีน ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทยปรับตัวดีขึ้น
สำหรับแนวโน้ม EPS ปี 64 ของหุ้นภายใต้การวิเคราะห์ของ SCBS จะเพิ่มขึ้น 61% จากปีก่อน แต่กำไรยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19 ระบาด และมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนโควิด-19 ระบาดในปี 65 ด้วยอัตราการเติบโต 9% จากปีก่อนหน้า สำหรับครึ่งหลังปี 64 มีความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันต่อมาร์จิ้นจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนวัตถุดิบ ที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตามการคำนวณของเราพบว่าเป้า SET Index ปี 65 ที่อิงกับปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 1,600 เชื่อว่า core portfolio ควรจะเป็นหุ้นเชิงรับที่กำไรมีแนวโน้มเติบโต และโฟกัสมากขึ้นที่ conviction idea จากธีมการฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย เช่น นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมกับ tactical call กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และโรงกลั่น
ในปี 65 แนวโน้มการเติบโตและนโยบายน่าจะเป็นมิตรน้อยลง การเติบโตของภาคบริการจะช่วยชดเชยการเติบโตของภาคการผลิต จึงคาดว่ากำไรจะเติบโต 9% ในปี 65 โดยได้รับการสนับสนุนจาก GDP ที่เติบโต 3.6%

