ปี 2565 ปีแห่งการเติบโตของ JMT
JMT หรือ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ถือเป็นหนึ่งในบริษัทสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตให้กับกลุ่ม JMART ซึ่งปีนี้บริษัทยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2565 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นปีทอง เพราะทุกธุรกิจจะขยายตัวช่วยสนับสนุนผลประกอบการให้โดดเด่น
เติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ
โดยนักวิเคราะห์จากบล.เคทีบีเอสที ระบุว่า ชอบ JMT จาก 4 เหตุผลหลัก คือ 1. เงินลงทุนในการเข้าซื้อหนี้เสียจะเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 7.0 พันล้านบาท ถึง 1.0 หมื่นล้านบาท จากปี 2563 ที่ 3.5 พันล้านบาท ทำให้กองหนี้ในระยะยาวมีมูลหนี้ที่สูงถึง 5.12 แสนล้านบาท (สูงกว่า BAM) หนุนโดยระดับ NPL ของระบบสถาบันการเงินรวมที่จะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องอีก 1-2 ปี และฐานเงินทุนของบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเพิ่มทุน RO ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปลายปี 2564 และการ exercise JMT-W2 ในเดือน ส.ค 2564, 2. ธุรกิจรับจ้างติดตามหนี้ปี 2565 จะดีขึ้นตามมูลหนี้รับจ้างที่จะกลับมาขยายตัว 20% จากที่หดตัวในปีนี้ราว 5% หลังการสิ้นสุดระยะเวลาการช่วยเหลือของสถาบันการเงิน, 3.รายได้จากธุรกิจประกันจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปี 2565 ที่ได้ผลบวกจากความร่วมมือกับกลุ่ม BTS ที่สามารถขายประกัน non-life เพิ่มขึ้น และ 4. คาดกำไรสุทธิจะขยายตัวต่อเนื่อง โดยปี 2564 คาดโต 19% และปี 2565 คาดโต 63%
จากผลกระทบ Covid-19 ทำให้ NPL จะเพิ่มขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสในการเข้าซื้อหนี้เสียของบริษัท อย่างไรก็ตาม แนะนำ "ซื้อ" JMT ที่ราคาเป้าหมาย 56.00 บาท โดยประเมินว่าบริษัทจะมีกำไรปี 2564-2565 เติบโตสูง คิดเป็น Core EPS CAGR ที่ 19% หนุนโดยการเข้าซื้อกองหนี้เสียที่สูงในช่วงที่ NPL ปรับตัวขึ้น ทำให้สามารถเข้าซื้อได้ในราคาที่เหมาะสม และติดตามหนี้ในระยะยาวได้ รวมทั้งระยะเวลาการคืนทุนของบริษัทที่สั้นประมาณ 3-5 ปี ต่ำกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมที่อยู่ที่ 6-8 ปี
เป็นจังหวะซื้อสะสม
ด้านนักวิเคราะห์จากบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า การปรับโมเดลธุรกิจของสถาบันการเงินจะไม่กระทบต่อธุรกิจบริหารหนี้ เพราะมองว่าตลาดหนี้ด้อยคุณภาพไม่ใช่เป้าหมายหลัก นอกจากนี้ คาดว่า JMT จะมีการเติบโตของกำไรเฉลี่ย 3 ปี แบบก้าวกระโดด (CAGR) ที่ 43% ต่อปี ตามพอร์ตเงินลงทุนที่จะโตเท่าตัว ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังกระบวนการเพิ่มทุน (RO) แล้วเสร็จในเดือนพ.ย.-ธ.ค. 2564
ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมาอยู่บน P/E ปี 65 26x สะท้อน PEG 0.6 เท่า เป็นจังหวะสะสมที่ดีเพื่อรับสิทธิ์ฯ และเติบโตไปกับ Growth stock ที่มีทั้งศักยภาพ ประสิทธิภาพ และความพร้อมด้านเงินทุน ประกอบกับปัจจัยภายนอกยังเก้อหนุน จากแนวโน้ม NPL ที่เป็นขาขึ้น จะทำให้ JMT แซงขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมในอีก 3 ปี ข้างหน้า ดังนั้น จึงคงคำแนะนำ ซื้อ บนราคาเหมาะสมปี 2565 เท่ากับ 58.00 บาท อิง P/E 32.5 เท่า

