6 หุ้นไอทีราคาฟื้นตัวแรง มองเปิดเมือง – iPhone13 สร้างความคึกคัก
ความเคลื่อนไหวของหุ้นวันนี้มีความน่าสนใจ เมื่อพบว่า 6 หุ้นที่จำหน่ายอุปกรณ์ IT ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะ COM7 ที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 10% โดยกลุ่มหุ้นดังกล่าวคาดว่าจะได้รับผลดีจากการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ของภาครัฐและการเข้าสู่ไฮซีซั่นของธุรกิจจากการเริ่มจำหน่าย iPhone13 และกลุ่มหุ้นไหนน่าสนใจลงทุนติดตามได้ในบทความนี้
COM7 โดดเด่น
ความเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มจำหน่ายอุปกรณ์ IT ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างคึกคัก ในรายของ COM7 นักวิเคราะห์มองว่า ไตรมาสที่ 4 น่าจะเป็นไตรมาสที่ ดีของบริษัท โดย บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ คาดกลับมาแกร่งหลังเปิดเมืองได้รับประโยชน์จากการเปิดตัว iPhone 13 ใหม่ คาดว่าจะดีงยอดขายในช่วงไตรมาสที่ 4 ได้ดีทีเดียว อีกทั้งจะมีการปรับขึ้นราคาขายสำหรับสินค้า IT บางโมเดลอีกด้วย
สำหรับระยะกลางก็ได้รับผลดีจากการขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง และการเปลี่ยนระบบการใช้จาก 4G เป็น 5G ทำให้ผู้บริโภคต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ที่จะสามารถรองรับได้
บรรทัดสุดท้ายหรือกำไรได้รับผลกระทบจำกัดในช่วงล็อกดาวน์ไตรมาสที่ 3 ด้วยการควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐาน 83.50 บาท ที่คงไว้ และประเมินด้วยวิธี DCF ราคาปิดยังมีส่วนเพิ่มได้อีก 18%เทียบกับราคาพื้นฐาน
SYNEX อัพไซด์ยังเปิดกว้าง
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินหุ้น SYNNEX ว่า ระยะสั้นได้ประโยชน์โดยตรงจากการเปิดตัว APPLE ในวันอังคารที่ 14 ก.ย.64 ระยะกลาง การเปิดตัวของ SWOPMART ที่เข้ารุกตลาดสินค้า IT มือสองในช่วงสองเดือนจากนี้คือจุดเพิ่มมูลค่าที่ตลาดรอคอย
นอกจากนี้ Corporation (NYSE-SNX) เข้า Merge กิจการ Tech Data Corporation ทำให้ SYNEX ในภาพรวมของทั้งกลุ่ม ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์1 ในตลาด IT Distribution ทั่วโลก ผลบวกสำคัญระยะยาวต่อ SYNEX ประเทศไทยคือโอกาสได้สั่งซื้อสินค้าในราคาที่ดีขึ้น และการเพิ่มเติม Suppliers ที่หลากหลายเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป
แนะนำ “ซื้อ” ปรับไปใช้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2565 ที่ 32.70 บาทต่อหุ้น (อิง PER 30x) เลือก SYNEX เป็นตัวแทนการเติบโต IoTs ประเทศไทย
JMART ได้ผลดีจากการเข้าลงทุนของ BTS
อีกหนึ่งหุ้นที่น่าสนใจมากในการเติบโตในอนาคต คือ JMART ที่ล่าสุดมีกลุ่มยักษ์ใหญ่อย่าง BTS เข้ามาร่วมลงทุน โดย บล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่า เรามีมุมมองบวกต่อการเข้ามาเป็นหุ้นส่วนของกลุ่ม BTS โดย JMART นำเงินทุนที่ได้มาไปเพิ่มทุนต่อให้ SINGER และ JMT เสริมฐานทุนให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อขยายธุรกิจแบบเชิงรุก และตั้งเป้าเป็น Growth driver หลักของกลุ่ม โดยเรามีการปรับประมาณการกำไรปี 2022-23F ขึ้นเฉลี่ย 11% ต่อปี สะท้อนแนวโน้มการขยายตัวของ JMT และ SINGER ทั้งนี้อาจมี Upside เพิ่มเติมจาก Synergy effect ระหว่างกลุ่ม ส่วนภาพระยะสั้น เราคงประมาณการกำไร 2021F ที่ 1.24 พันลบ.
ทั้งนี้คาดครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่องหนุนจาก
-
JMT ที่มีกองหนี้ตัดต้นทุนหมดเพิ่มขึ้น 2 พันลบ.
-
SINGER พอร์ตสินเชื่อเติบโตหนุนพอร์ตรวมแตะ 0 หมื่นลบ.
-
JMB เข้าสู่ High season ในไตรมาสที่4 ขณะที่ช่วง Lockdown สามารถขายผ่านสาขาย่อย Synergy shops และเรามีการปรับใช้ TP22F ใหม่ที่ บาทต่อหุ้น อิง SOTP คงคำแนะนำ “Buy”
