สรุปแผนธุรกิจของ MAKRO หลังจากรับโอนกิจการ “โลตัสส์”

การรับโอนย้ายกิจการกลุ่มโลตัสส์ในไทยและมาเลเซียจาก บริษัท ซี.พี.รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด (CPRH) ของ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO ถูกจับตามองไม่แพ้ดีลอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมา เพราะการปรับโครงสร้างธุรกิจในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยให้ CPALL ไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนด้านการเงินแล้ว ยังสนับสนุนการเติบโตของ MAKRO ซึ่งผู้บริหารคาดว่าหากการโอนย้ายกิจการดังกล่าวสำเร็จ จะทำให้ MAKRO กลายเป็นห้างค้าปลีกค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!!


ซึ่งวันนี้ Wealthy Thai ก็มีแผนการดำเนินงานและการเติบโตในอนาคตของ MAKRO และกลุ่มโลตัสส์ จาก 2 ผู้บริหาร ได้แก่ นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร และ นางเสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร สายงาน Group Shared Service มานำเสนอ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • หลังจากคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการเข้าถือหุ้นและรับโอนกิจการทั้งหมดของกลุ่มโลตัสส์ในไทยและมาเลเซีย จากบริษัท ซี.พี.รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด (CPRH) และเพิ่มทุนจดทะเบียน รวมถึงการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement หรือ PP) และเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering หรือ PO) ล่าสุดบริษัทเตรียมจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2564 ในวันที่ 12 .. 2564 ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อขอมติจากผู้ถือหุ้นในการทำธุรกรรมดังกล่าว ทั้งนี้ หากได้รับการอนุมัติจากผู้ถือในการรับโอนกิจการฯ บริษัทคาดว่าขั้นตอนการรวมธุรกิจจะเสร็จสิ้นภายใน 3 สัปดาห์ นับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น หรือประมาณวันที่ 25 .. 2564

  • หากได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น บริษัทจะดำเนินการขออนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้น PO ซึ่งเมื่อกระบวนการเสนอขายเสร็จสิ้นตามเป้าหมาย จะเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (ฟรีโฟลต์) เป็นไม่ต่ำกว่า 15% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 7% และจะส่งผลให้หุ้น MAKRO มีโอกาสเข้าคำนวณในดัชนีสำคัญต่างๆ และเป็นที่สนใจของนักลงทุนสถาบัน ทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยที่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทคือบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท ซี.พี.เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด (บริษัทย่อยของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF) ซึ่งจะได้รับหุ้น PP จากการรับโอนกิจการดังกล่าว จะร่วมเสนอขายหุ้นสามัญที่ตนถืออยู่ในบริษัทฯ ด้วยบางส่วนพร้อมกับการทำ PO ในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายย่อย

  • ด้านการรับรู้รายได้ บริษัทคาดว่าภายหลังการโอนรับกิจการ MAKRO จะเริ่มรับรู้รายได้ของกลุ่มโลตัสส์ในไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป โดยจะมีรายได้ในส่วนของค่าเช่าพื้นที่เข้ามาช่วยสนับสนุน ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น หลังจากที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค นอกจากนี้ จะส่งผลให้ MAKRO กลายเป็นห้างค้าปลีกค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

  • การเข้าถือหุ้นและรับโอนกิจการทั้งหมดของกลุ่มโลตัสส์ครั้งนี้ จะเพิ่มโอกาสการเติบโต จากการขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและประชากรเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยบริษัทพร้อมร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจต่างๆ ทั้งเอสเอ็มอี และผู้ผลิตสินค้า ร่วมเติบโตไปด้วยกันในระดับภูมิภาค ผ่านแพลตฟอร์มที่บริษัทพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการไทย

  • การรับโอนกิจการครั้งนี้ MAKRO และกลุ่มโลตัสส์ จะนำความเชี่ยวชาญในธุรกิจ B2B (Business to Business หรือการค้ากับผู้ประกอบการ) และ B2C (Business to Consumer หรือ การค้ากับผู้บริโภค) มาสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มได้ดียิ่งขึ้น ด้วยช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่ม รวมถึงสามารถใช้ความเชี่ยวชาญด้านการคัดสรรและจัดซื้อ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการที่หลากหลายยิ่งขึ้น ตลอดจนยกระดับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้เข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการต่างชาติได้ โดยทั้งสองบริษัทจะพัฒนาโมเดลธุรกิจที่ผสมผสานการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ (O2O) เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ที่ต้องการความสะดวกสบายในการซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนยกระดับแม็คโครและโลตัสส์ให้เป็นองค์กรที่มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและดิจิตัลแพลตฟอร์ม

  • สำหรับแผนการลงทุนระยะยาว บริษัทจะมุ่งเน้นการลงทุนด้าน Digital มากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการสาขา รวมถึงช่วยลดขั้นตอนการทำงานของพนักงาน ทั้งนี้ คาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า บริษัทจะใช้เงินลงทุนด้าน Digital สำหรับ MAKRO และกลุ่มโลตัสส์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมประมาณ 130,000 ล้านบาท

  • แผนการขยายสาขาของ MAKRO บริษัทคาดว่าภายในสิ้นปี 2564 จะมีสาขาทั้งหมด 144 แห่ง จากปัจจุบันอยู่ที่ 139 แห่ง โดยจะเน้นขยายสาขาขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1,000-3,000 ตร.. เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ส่วนการขยายสาขาในต่างประเทศ บริษัทจะมุ่งเน้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศที่มีสาขาอยู่แล้ว เช่น อินเดีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย เป็นต้น

  • คาดว่าสัดส่วนรายได้ต่างประเทศของ MAKRO ในอนาคตจะปรับตัวขึ้นมากกว่า 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ 5% ของรายได้ทั้งหมด จากการรับโอนกิจการของกลุ่มโลตัสส์ และแผนการขยายสาขาต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้