สำรวจยอดขาย 4 หุ้นอสังหาฯ 9 เดือนแรกควรไปต่อ หรือพอแค่นี้?
ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจซบเซา ยิ่งช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีการปิดแคมป์งานก่อสร้างด้วย ดังนั้น Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสำรวจดูว่ายอดขายงวด 9 เดือนแรกปีนี้ ของหุ้นอสังหาฯ จะน่าสนใจแค่ไหน โดยได้รวมรวม 4 บริษัทที่ได้รายงานยอดขายรอบ 9 เดือนออกมาอย่างชัดเจนแล้ว และนับจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ อ่านได้ในบทความนี้
ORI ระยะยาวจะเป็นมากกว่าบริษัทอสังหาฯ
เริ่มจาก ORI โดยนายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 64 บริษัทมียอดขายสะสมแล้วกว่า 23,000 ล้านบาท เติบโต 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 79% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ที่ 29,000 ล้านบาท
ส่วนไตรมาส 4/2564 น่าจะเป็นช่วงที่ภาพรวมธุรกิจอสังหาฯฟื้นตัวชัดเจน จากยอดผู้ติดเชื้อใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 3/2564 และยอดการฉีดวัคซีนที่ทยอยเพิ่มขึ้น หากภาครัฐสามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นการช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการกลับมาจับจ่ายใช้สอย และเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการในการทำการตลาดที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้ ไตรมาส 4/2564 จะยังคงเป็นไตรมาสที่บริษัทเปิดตัวโครงการใหม่มากที่สุดเช่นเดียวกับทุกปี คาดว่าจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างยอดขายใหม่ในช่วงโค้งสุดท้าย หนุนภาพรวมยอดขายทั้งปีสร้างสถิติใหม่นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท (All Time High) ที่ 29,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงไตรมาส 4/2564 เพิ่มเติมอีก 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 6,295 ล้านบาท
มุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2022 ที่ 14 บาท โดยโมเมนตัมกำไรครึ่งหลังปี 64 คาดเร่งตัวขึ้นทั้งจากครึ่งปีแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อน จากโครงการใหม่สร้างเสร็จอีก 4 โครงการ แม้การปิดแคมป์จะกระทบบ้าง แต่คาดเริ่มโอนได้ในเดือน ก.ย. โดย ORI มีสต๊อกคอนโดพร้อมโอนกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ส่วนระยะยาวมอง ORI เป็นมากกว่าบริษัทอสังหาฯจากการทำ JV ร่วมกับ Partner ในอุตสาหกรรมอื่นๆให้เกิด Synergy และเพิ่มรายได้ประจำ และมี Catalyst จากการ Spin-Off บริทาเนียและให้สิทธิผู้ถือหุ้น ORI จองซื้อ
SIRI ยอดขายไตรมาส 3 โต 139%
ถัดมา SIRI โดยนายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า 9 เดือน สร้างยอดขายรวมได้ถึง 25,500 ล้านบาท คิดเป็น 82% จากเป้าหมายยอดขาย 31,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนยอดขายจากโครงการแนวราบ 17,300 ล้านบาท และยอดขายจากโครงการคอนโดมิเนียม 8,200 ล้านบาท โดยไตรมาส 3 บริษัทมียอดขายสูงถึง 7,900 ล้านบาท โต 139% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขาย 3,300 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยอดโอนในรอบ 9 เดือน รวมทั้งแนวราบและแนวสูงถึง 23,700 ล้านบาท หรือคิดเป็น 76% จากเป้าหมายยอดโอน 31,000 ล้านบาท โดยไตรมาสสุดท้าย บริษัทยังมียอดโอนต่อเนื่องจากคอนโดมิเนียมเอดจ์ เซ็นทรัล-พัทยา และ ดีคอนโด ไฮด์อเวย์ - รังสิต รองรับการรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ตามเป้าหมายรายได้จากการขายที่วางไว้ 27,600 ล้านบาท โดยล่าสุด แสนสิริมี Secured Revenue หรือรายได้ในมือที่รองรับแล้วถึง 24,800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 90% จึงคาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้ารายได้ที่วางไว้
สำหรับการไตรมาส 4/64 บริษัทเตรียมเปิดตัว 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 โครงการแนวราบ มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท
มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 คาดเบื้องต้นที่ 500-550 ล้านบาท ลดลง 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 17%จากไตรมาสก่อน โดยรวม backlog ยังโอนได้ดี โดยเฉพาะจาก condo 2 โครงการใหม่ และน่าจะทำให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ที่ 1.85 พันล้านบาทมีโอกาส upside ได้ สำหรับราคาหุ้น SIRI ในช่วงที่ผ่านมา น่าจะตอบรับการค่อยๆ turnaround ของ core business รวมถึง value added จากการลงทุนใน Xspring (สัดส่วน 14%) จนราคาปัจจุบันสูงกว่ามูลค่าพื้นฐานแล้ว
จึงคง Reduce rating ให้ราคาเป้าหมายที่ 0.95 บาท/หุ้น โดยตัวห่วงสำคัญมาจาก % NPM ต่ำกว่ากลุ่มฯ (ถึงแม้ยอดโอนดี) โดยอยู่ที่เพียง 5.9-6.2% ใน 64-65 จากต้นทุนการบริหารงานที่สูงกว่ากลุ่ม และดอกเบี้ยจ่ายโดยเฉพาะจาก perpetual bond ที่เร่งตัวขึ้น
SPALI ย้ำเป้ารายได้ปีนี้ 28,000 ล้านบาท
ขณะที่ SPALI โดยนายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่า ยอดขาย 9 เดือน 64 บริษัททำได้ 17,553 ล้านบาทคิดเป็น 65% ของเป้าหมายทั้งปีที่วางไว้ 27,000 ล้านบาท โดยไตรมาส 3/64 คาดยอดขายจะชะลอตัว เนื่องจากผลกระทบการล็อกดาวน์ และจากการปิดแคมป์คนงาน ทำให้บางโครงการแนวราบ ต้องเลื่อนการเปิดตัวมาในไตรมาส 4/64 แทน
ส่วนในช่วงไตรมาส 4/64 จะเปิดตัว 15 โครงการ มูลค่าโครงการ 17,350 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 11 โครงการ และคอนโดมิเนียมประมาณ 4 โครงการ หากเปิดได้ตามแผน จะส่งผลให้ในปี 2564 บริษัทเปิดตัวโครงการครบตามแผน จำนวน 31 โครงการ มูลค่าโครงการ 34,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมปี 2564 ไว้ที่ 28,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากการทยอยส่งมอบโครงการอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวม 36,002 ล้านบาท ทยอยรับรู้ในไตรมาส 3-4/2564 ประมาณ 14,202 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะรับรู้ถึงปี 2567 นอกจากนี้ บริษัทยังมีสินค้าพร้อมขาย (Inventory) ในมือมูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท
มุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 26 บาทโดยมองการคลาย Lockdown ช่วยกระตุ้น Demand และเอื้อต่อการเปิดโครงการใหม่ ขณะที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/64 คาดเร่งตัวขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการรับรู้คอนโดที่ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน และมีสร้างเสร็จเพิ่มอีก 1 แห่ง ซึ่งปัจจุบัน Backlog แข็งแกร่ง 3.6 หมื่นล้านบาท รับรู้ถึงปี 67 ปัจจุบันราคาหุ้นเทรดที่ PE ต่ำมากเพียง 6.7 เท่าและให้ Dividend Yield 6% ขณะที่ผู้บริหารยังคงซื้อหุ้นเพิ่มอย่างต่อเนื่องเป็นจิตวิทยาเชิงบวก
AP หุ้น valuation ถูกและให้ปันผลสูง
สุดท้าย AP โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทสามารถทำยอดขายในไตรมาส 3/64 ได้ที่ 9.4 พันล้านบาท ลดลง 4%จากไตรมาสก่อน แต่ฟื้นตัว 5%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 94% ของยอดจองใน ไตรมาส 3/64 มาจากโครงการแนวราบ เนื่องจากในปีนี้ AP ยังไม่เปิดโครงการคอนโดฯใหม่และสต๊อกคอนโดก็ลดลงอย่างต่อเนื่องหลังในช่วง 7 ไตรมาสล่าสุดบริษัทได้เปิดโครงการคอนโดฯใหม่ไปเพียงแค่โครงการเดียวมูลค่า 3.2 พันล้านบาท โดยใน 9 เดือนแรกปีนี้ AP รายงานยอดขายแข็งแกร่งที่ 2.72 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้การเปิดโครงการใหม่ลดลงและบรรยากาศในตลาดอสังหาฯยังอ่อนแอ คงคำแนะนำ “ซื้อ” มอง valuation ถูกและให้ปันผลสูง
โดยคาด AP จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 3/64 ที่ 1.2พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8%จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 17%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรอ่อนแอลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะผลจากการโอนที่ลดลงโดยเฉพาะส่วนของคอนโด ซึ่งถูกกดดันจากทั้งโควิด-19 และฐานที่สูงจากการโอนโครงการ Life Asoke-Rama 9 (9.8พันล้านบาท) ในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวได้ เมื่อเทียบไตรมาสก่อน จากการโอนโครงการใหม่ Life Valley (6.4พันล้านบาท) และโอนรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการ Life Asoke hype (5.7พันล้านบาท) ที่เริ่มโอนในช่วงปลายไตรมาส 2/64 จะเร่งขึ้นในไตรมาสนี้ โดยคาดปีนี้มีกำไรสุทธิ 4,511 ล้านบาท เติบโต 6.7% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,226.53 ล้านบาท
ด้านนักวิเคราะห์ บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ยอดจองสะสม 9 เดือนปี 64 เติบโต 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 77% ของเป้าทั้งปีที่ 3.55 หมื่นล้านบาท ภาพรวมยอดขายปีนี้น่าเข้าไปถึงเป้าไม่ยาก
ขณะที่ Backlog รอโอนครึ่งหลัง 64 ราว 1.3-1.4 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับการขายสต๊อกพร้อมโอนไตรมาส 4/64 คาดยอดโอนครึ่งหลัง น่าจะไปถึง 1.5 หมื่นล้านบาท ทำให้ยอดโอนปีนี้จบเพิ่มขึ้น 11% Margin ที่ดีขึ้นและการคุมรายจ่ายการตลาด ทำให้กำไรปีนี้เพิ่มขึ้น 13% ได้ แม้ว่ากำไรจาก บ. ร่วมทุนปีนี้จะอ่อนลงเพราะโครงการที่โอนปีนี้น้อยกว่าปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” พื้นฐานที่ 9.00 บาท แนวโน้มกำไรมาคาด ขณะที่ P/E แค่ 5 เท่า Yield 6% ราคาหุ้นยังถูกมาก

