MAKRO กำลังสร้างแพลตฟอร์มแห่งโอกาส ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอีไทยก้าวไกลในเวทีโลก
ตลาดหุ้นไทยในเดือนที่ผ่านมามีสีสันอย่างมาก เกิดดีลแห่งปีเมื่อค่ายยักษ์ใหญ่ทางธุรกิจอย่างกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ ปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจค้าปลีก โดยให้แม็คโคร รับโอนกิจการกลุ่มโลตัสส์ในไทยและมาเลเซียจาก บริษัท ซี.พี.รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด มาอยู่ภายใต้ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO ทำให้กลุ่มบริษัทนั้นมีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ MAKRO ที่มีความเข้มแข็งออกไปต่อกรสู้กับยักษ์ค้าปลีกในทวีปเอเชีย
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ประโยชน์ที่ได้รับจากความแข็งแกร่งมากขึ้นของ MAKRO คือ การเป็น “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอีของไทยให้มีช่องทางขายสินค้าที่มีคุณภาพสูง ส่งต่อไปยังผู้บริโภคในตลาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน อินเดีย ที่มีการเติบโตสูง แล้วอะไรเป็นโอกาสของ MAKRO ในการต่อยอดตลาดต่างประเทศเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยให้เป็น Fresh Food and Grocery (อาหารสดและสินค้าอุปโภคบริโภค) ในระดับภูมิภาค และผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอีของไทยจะได้ประโยชน์มากแค่ไหน วันนี้ WEALTHY THAI จะมาร่วมกันหาคำตอบ…
MAKRO กำลังก้าวเป็นผู้เล่นระดับโลก
เป็นจุดเริ่มต้นของค้าปลีกไทยที่จะก้าวเข้าไปแข่งขันในระดับโลก ที่ผ่านมากลุ่ม CP มีกลุ่มธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งการใช้ MAKRO ที่มีการทำตลาดในหลายประเทศ เช่นเดียวกัน Lotus's ที่เป็นผู้นำค้าปลีกในมาเลเซีย เมื่อปรับทั้ง 2 องค์กรเข้ารวมกัน จึงสร้างความโดดเด่นด้านการค้าในเอเชีย ซึ่งยุทธศาสตร์นี้จะเป็นการเติบโตแบบแบ่งปัน และเติบโตไปด้วยกันระหว่าง MAKRO และ SMEs ของไทยให้ก้าวขึ้นสู่เวทีการค้าระดับโลก
ที่ผ่านมา สินค้าไทยเป็นที่ต้องการของทั่วโลก เห็นได้จากสถิติการส่งออกโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ที่เปิดเผยข้อมูลการส่งออกสินค้าเกษตร ทั้งกสิกรรม การประมง และปศุสัตว์ ส่งออกไปยัง 18 ประเทศที่มีความร่วมมือในข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ในช่วงเดือน ม.ค. - ก.ค. 2564 ซึ่งมีมูลค่ารวม 1.16 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวขึ้น 33 % จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพสูง และหลายประเทศเริ่มมีความเข้มแข็งทางด้านการแข่งขันมากขึ้น จึงต้องหารูปแบบใหม่ๆของการรักษาการเติบโต ปัจจุบันการแข่งขันเป็นระดับโลก ต้องเกิดความร่วมมือกัน โจทย์ของ MAKRO จะทำอย่างไรให้ SMEs แข็งแรงมากขึ้น และถ้ามีสินค้าไทยที่ประสบความสำเร็จก็ช่วยกันสร้างการเติบโต
สร้าง ‘แพลตฟอร์มแห่งโอกาส’
เดิมทีการทำธุรกิจของ MAKRO และ Lotus's แยกกันลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ เมื่อมีการรวมกิจการกันแล้วจะสามารถร่วมมือกันพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซได้ดียิ่งขึ้น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัว ซึ่งการพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล โดยมี COVID-19 เป็นปัจจัยเร่ง และรองรับการแข่งขันกับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซต่างชาติ
สิ่งที่ MAKRO จะเดินหน้าจะถูกเรียกว่า “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ทาง MAKRO จะสร้างความได้เปรียบด้วยการสร้างศูนย์วิจัยที่มีศักยภาพสูง วิเคราะห์ข้อมูลจากร้านค้าในหลายประเทศของ MAKRO และ Lotus's เพื่อค้นหาความต้องการของบริโภคต้องการ และหาแนวโน้มเพื่อพัฒนาสินค้าในอนาคต โดยทางกลุ่มนำความได้เปรียบที่มีข้อมูลจากตลาดของจริง จากฐานลูกค้า ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ที่มีสาขาของ Lotus's ตั้งอยู่ หรือในอินเดีย กัมพูชา เมียนมา และประเทศต่างๆ มาย่อยและแบ่งปันให้ โดยเฉพาะสินค้าด้าน Fresh Food and Grocery
MAKRO แชร์ความต้องการสินค้าของผู้บริโภค ร่วมกับผู้ประกอบการรายย่อยและSMEs ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับทาง MAKRO ช่วยกันพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพสูง ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ หากพาร์ทเนอร์รายใดมีความต้องการด้านข้อมูลก็จะช่วยกันพัฒนาสินค้า แต่ถ้ารายใดมีแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจน แต่มีปัญหาเรื่องข้อจำกัดด้านเงินทุน MAKRO จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือในด้านการพูดคุยกับสถาบันการเงินเพื่อเข้ามาสนับสนุนการเติบโตด้วย
การประสานความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน จะช่วยให้ภาคธุรกิจของไทยแข่งขันระดับโลกได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งในอนาคตทางกลุ่มจะก้าวเป็นหนึ่งในผู้เล่นในตลาดออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่จะต่อกรกับ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ระดับโลก และช่วยให้สินค้าไทยมีโอกาสในระดับโลกเพิ่มขึ้น
ผู้ถือหุ้น MAKRO สนับสนุนการเดินหน้า
อย่างไรก็ตาม แผนการยิ่งใหญ่ของ MAKRO ไม่มีทางที่ประสบความสำเร็จได้ถ้าไม่มีเสียงการสนับสนุนของผู้ถือหุ้น โดยในวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2564 ของ MAKRO และบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ได้มีมติอนุมติการทำรายการ โดยจะดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทฯ และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement หรือ PP) และคาดว่ากระบวนการรับโอนกิจการทั้งหมดของกลุ่ม Lotus's จะแล้วเสร็จภายใน 1-3 สัปดาห์ นับจากวันที่ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของทั้ง 2 บริษัท
และนับจากนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของสร้างโอกาสให้กับธุรกิจของไทย อย่าง MAKRO จะก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของเอเชีย และ S-curve รอบใหม่ให้กับ SMEs ไทยบนเวทีโลก.....

