“หุ้น Semiconductor” และ “หุ้นเทคฯ โลก”... 2 ธีมเด่นขับเคลื่อน “เศรษฐกิจโลกยุคใหม่” พร้อมเติบโตไปกับ “AI Megatrend” !!!
Fun of Funds: รู้หรือไม่?...“หุ้นเทคโนโลยีโลก” ปีนี้ “สุดปัง” บวก +22.06% (ที่มา: Google Finance, วันที่ 18 ต.ค. 26) ท่ามกลางแรงกดดันจากความกังวลเรื่อง “AI Bubble” และ “Bond Yield” ที่พุ่งแรงเขย่าตลาดหุ้นเทคฯ ทั่วโลกให้ปรับฐาน
“หุ้นเทคโนโลยี” ยังคงมีแนวโน้มเติบโตได้ดีตาม “AI Super Cycle” ที่ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้จะเดินมาถึงจุดที่เป็น “คอขวด” และจำเป็นต้องลงทุนครั้งใหญ่เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดดังกล่าวอีกครั้ง
ปัจจุบัน “ปัญญาประดิษฐ์” (AI: Artificial Intelligence) ยังคงเป็นการ “เติบโตจริง” (Boom) ในระดับโครงสร้างพื้นฐานและฮาร์ดแวร์ แต่เริ่มมีความ "เสี่ยงฟองสบู่” (Bubble Risk) ในฝั่งของแอปพลิเคชัน/ซอฟต์แวร์
และระดับ Valuation ของหุ้น หากบริษัทต่างๆ ไม่สามารถแปลงการใช้ AI ให้กลายเป็นกำไรสุทธิได้ทันกับงบลงทุนที่จ่ายไปนั่นเอง
แต่ “หุ้นเทคโนโลยีโลก” และหุ้นธีม “Semiconductor” ก็ยังคงน่าสนใจในโลกยุคดิจิทัลนี้
ทำไมหุ้นธีม “Semiconductor” และ “หุ้นเทคฯ โลก” จึงน่าสนใจ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองจาก “ผู้เชี่ยวชาญ” พร้อมๆ กันได้เลย

“Semiconductor” โอกาสเติบโตรับ “AI Megatrend”
โดย “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ บอกว่า การลงทุนระยะยาวในอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI, Semiconductor และตลาดหุ้นเอเชียที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลกอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Semiconductor ยังคงเป็นหนึ่งใน ‘Megatrend’ สำคัญของโลกที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว เนื่องจากเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรมแห่งอนาคต เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่เชื่อมั่นในแนวโน้มการเติบโตระยะยาวของ AI และเทคโนโลยีโลก และสามารถรับความผันผวนของตลาดหุ้นเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมได้

(ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)
“อุตสาหกรรม ‘Semiconductor’ เป็นหัวใจของ ‘AI’ ตลอดจนประเทศและภูมิภาคผู้นำด้านเทคโนโลยีของเอเชียที่มีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในอนาคต เป็นธีมที่น่าสนใจลงทุน รวมถึง ‘หุ้นเกาหลีใต้’ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสำคัญของห่วงโซ่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก โดยเฉพาะด้าน Semiconductor, AI และเทคโนโลยีขั้นสูงบริษัทชั้นนำในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้นำตลาดหน่วยความจำของโลก ทั้ง DRAM, HBM และ NAND ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา AI ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจเกาหลีใต้ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายปฏิรูปตลาดทุนที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นและลด Korea Discount อีกด้วย”
จัดพอร์ต “กระจายความเสี่ยง” อย่างสมดุล...แนะจังหวะลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก” รับโอกาสการเติบโตจาก “AI”
ทางด้าน “ยิ่งยง เจียรวุฑฒิ” รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บลจ.อีสท์สปริง แนะนำว่า ให้คงน้ำหนักการลงทุนใน “หุ้นโลก” ไว้มากกว่าตลาด (Overweight) แต่เน้นคัดเลือกหุ้นคุณภาพอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่บริษัท ควบคู่กับการถือ “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี” ในสัดส่วนที่เหมาะสม เนื่องจากกำไรของกลุ่มนี้ยังเติบโตแข็งแกร่งและเป็นแรงพยุงตลาดได้แม้ในเดือนที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นแรง

(ยิ่งยง เจียรวุฑฒิ)
โดย “หุ้นเทคฯ โลก” ยังคงน่าสนใจในจังหวะนี้ เนื่องจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังไม่มีสัญญาณชะลอลง โดยบริษัท “Big Tech” 4 รายวางแผนใช้งบลงทุน (Capex) 26 รวมกันราว 7.3 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 78% จากปีก่อน ซึ่งหนุนรายได้โดยตรงของผู้ผลิตชิปหน่วยความจำและธุรกิจ Data Center สอดคล้องกับราคาชิป DRAM และ NAND ที่ยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนกันยายน ขณะที่ AI เริ่มสร้างรายได้จริงผ่านธุรกิจ Cloud และซอฟต์แวร์ ทำให้โอกาสการเติบโตขยายจากกลุ่มฮาร์ดแวร์ไปสู่ทั้งห่วงโซ่อุปทาน
“โดยประมาณการกำไรปี26 ของ ‘หุ้นเทคฯ ทั่วโลก’ ถูกปรับขึ้นแล้วราว 46% นับจากต้นปี ในขณะที่ราคาหุ้นผันผวนตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ทำให้ Forward P/E ของดัชนี ‘Dow Jones Global Technology’ ลดลงมาอยู่ที่ราว 17.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตราว 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ระดับราคาจึงยังไม่แพงเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไร อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหุ้นกลุ่มนี้มีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย จึงแนะนำให้ลงทุนในฐานะ ‘ส่วนเสริมการเติบโต’ ของพอร์ตในสัดส่วนที่เหมาะสม ควบคู่กับกองทุนที่กระจายความเสี่ยงเป็นสำคัญ”
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนใน “Megatrend” ที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของ “เศรษฐกิจโลกยุคใหม่” เชื่อว่าหุ้นธีม “Semiconductor” และ “หุ้นเทคฯ โลก” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพื่อโอกาสเติบโตรับ “AI Megatrend” นั่นเอง
