เฟ้นหาหุ้นเด่นธีมเปิดเมือง ราคา Laggard ที่ยังซ่อนอยู่

กลยุทธ์การลงทุนของเหล่านักลงทุนในช่วงนี้คงจะหนี้ไม่พ้นหุ้นในกลุ่มเปิดเมืองเปิดประเทศ และเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นจากการบริโภคอุปโภคของประชาชนในประเทศเป็นหลัก เพราะหลังจากที่ภาครัฐประกาศผ่อนคลายมาตรการการปิดล็อกเมืองต่างๆเช่นยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิว ปลดล็อกการเดินทางข้ามจังหวัด พร้อมกับมีมาตรการที่ออกมาเพื่อสนับสนุนการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันเพื่อการบริโภค


ดังนั้นเองเมื่อนโยบายกระตุ้น หรือนโยบายคลายล็อกมาตรการต่างที่เกิดขึ้นช่วยสนับสนุนให้พื้นฐานเศรษฐกิจฟื้น ส่งผลไปยังหุ้นในกลุ่มธีมเปิดเมืองให้ปรับตัวขึ้นไปตอบรับกระแสล่วงหน้ากันไปแล้ว จึงทำให้นักลงทุนบางรายต้องการหาหุ้นในธีมเปิดเมืองในหลายธุรกิจที่ได้รับปัจจัยเชิงบวกแต่ราคาหุ้นยังไม่ไปไหน โดยในครั้งนี้ Wealthy Thai ได้รวบรวมหุ้นเด่นในแต่ละธุรกิจที่อิงกระแสการเปิดเมืองเปิดประเทศที่ราคาหุ้นยังไม่ไปไหน เมื่อเทียบกับเพื่อนๆในกลุ่ม


โดยหุ้นในธีมการลงทุนนี้เรียกว่าหุ้น Laggard ธีมเปิดเมืองที่ราคาหุ้นยังมีช่องว่างเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ให้มุมมองไว้ และราคาหุ้นเองนั้นก็ยังไม่ขยับปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งแต่งต่างกับกลุ่มหุ้นในธีมเปิดเมืองอื่นๆที่บางตัวนั้นราคาหุ้นทะยานกลับไปยืนเหนือในช่วงก่อนการเกิดโควิด19 แล้วเสียอีก


หุ้นธีมเปิดเมือง Laggard ในครั้งนี้ประกอบไปด้วยกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องการกับการเดินทางระหว่างเมืองระหว่างประเทศอย่างบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ที่มักจะอยู่นอกสายตา แต่จริงๆแล้วธุรกิจของ BAFS นั้นมีส่วนร่วมในธุรกิจสายการบินด้วยเช่นกันเพราะยิ่งเที่ยวบินเพิ่มขึ้นจะทำให้ปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานของ BAFS ก็เพิ่มด้วยเช่นกัน


ส่วนหุ้นธีมเปิดเมืองเปิดเศรษฐกิจในหมวดธุรกิจกลุ่มธนาคารพาณิชย์หุ้น TTB หรือ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นช้ากว่าหุ้นกล่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อื่นๆ ที่ราคาเร่งตัวสอดรับไปกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศไทย


ในมุมของหุ้นธีมเปิดเมืองการบริโภคภายในประเทศไม่ว่าจะเป็นกลุ่มห้างค้าปลีก หรือสินค้าเครื่องใช้รายใหญ่ต่างๆก็ทยอยปรับเพิ่มขึ้นไปกันแล้วหากย้อนดูตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามยังมีหุ้นอย่าง BJC หรือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ที่ราคาหุ้นยังคงติดลบอยู่ชนิดที่เรียกได้ว่าไม่อ่านไลน์กลุ่มเพื่อนๆ


และปิดท้ายมุมหุ้นกลุ่มธีมเปิดประเทศที่ต้อนรับนักลงทุนต่างชาติที่จะสามารถเดินทางเข้าประเทศที่ไม่ใช่แค่เพียงนักท่องเที่ยวแต่จะเป็นนักลงทุนที่ต้องการซื้อที่ดินลงทุนพื้นที่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม คือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ที่ตอนนี้ราคาหุ้นยังสับสนอยู่ว่าควรจะออกไปทางไหนดีทั้งๆที่ในช่วงที่เหลือของปีนี้และในปีหน้ายังมีปัจจัยบวกรอเข้ามากระทบจิตวิทยาในเชิงบวกต่อธุรกิจและราคาหุ้นมากพอสมควร



มุมพื้นฐานและโอกาส

อย่างไรก็ตามเมื่อเอ่ยถึงในมุมด้านปัจจัยหนุนกันไปแล้วในรายละเอียดต่อไปนักลงทุนจะต้องไปศึกษาในมุมของพื้นฐานของหุ้นจากนักวิเคราะห์ โดยเริ่มที่มุมของ บริษัท หลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุถึงหุ้น WHA ว่า เป็นขาขึ้นรอบใหญ่ (Super-cycle) ของกลุ่มนิคมฯ ในปี 65


เป็นเพราะจากอุปสงค์ที่กลับมาหลังผ่อนคลายมาตรการกักตัว (การกระจายฐานการผลิตจากจีน+โครงการ EEC) เงินบาทอ่อน รวมทั้งการขยายกำลังการผลิตของกลุ่มพลังงานสะอาด-รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะคึกคักขึ้น โดยเฉพาะหากภาครัฐมีมาตรการสนับสนุน เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” WHA และปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” (จาก ถือ) ราคาเป้าหมาย 3.90 บาท


มากันที่ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ได้หันมามองแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิของ BAFS ในไตรมาส 4/64 และปี 65 เป็นบวกมากยิ่งขึ้นจากความต้องการบริการเติมน้ำมันอากาศยานที่คาดว่าจะฟื้นตัวตามการกลับมาของเที่ยวบินในประเทศของหลายสายการบินตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 21 หลังรัฐบาลไทยผ่อนคลายข้อจำกัดสำหรับจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง


ในขณะที่เราคิดว่า BAFS จะยังรายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงานรายไตรมาสในครึ่งหลังของปีนี้ เราคาดว่าความต้องการบริการเติมน้ำมันอากาศยานน่าจะดีขึ้นจาก 4.4ล้านลิตรต่อวัน (mlpd) ในไตรมาส 2/64 เป็น 6-7 ล้านลิตรต่อวัน ใน ไตรมาส 1/65


ดังนั้นแนะนำซื้อพร้อมโอกาสในการเติบโตในระยะยาวจากโครงการสนามบินอ่ตูะเภา ซึ่งกิจการร่วมค้าของ BAFS กับ OR เพื่อให้ระบบบริการน้ำมันอากาศยานแก่สนามบินอู่ตะเภาที่ตั้งอยู่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกน่าจะเป็นปัจจัยผลักดันการเติบโตในระยะยาว ประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 40 บาทต่อหุ้น



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่